
หน่วยแยกรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญประจำกรมราชองครักษ์ ตั้งขึ้นตามคำสั่ง กระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ลับมาก ที่ ๒๖/๐๙ ลงวันที่ ๑๕ เมษายน
พ.ศ.๒๕๐๙ เรื่องการจัดตั้งหน่วยถวายความปลอดภัยบุคคลสำคัญ โดยกำหนดให้ศูนย์รักษาความปลอดภัย สำนักงานผู้บังคับบัญชาการทหารสูงสุด จัดกำลังพล
อาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องมือสื่อสาร และยานพาหนะจำนวนหนึ่ง ไปประจำกรมราชองครักษ์ เรียกชื่อว่า “ชุดรักษาความปลอดภัยพิเศษ” มีหน้าที่ในการวางแผน เสนอแนะและประสานงานรวมทั้งการปฏิบัติในการถวายความปลอดภัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ และสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อหน่วยเป็น “แผนกรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ประจำกรมราชองครักษ์” ตามคำสั่งกองบัญชาการทหารสูงสุด
(เฉพาะ) ลับมาก ที่ ๙๐๕/๑๙ ลงวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๑๙
เนื่องจากภารกิจในการถวายความปลอดภัย มีมากขึ้น หน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติมีหลายหน่วย ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และพลเรือน แต่ละฝ่ายมีระเบียบแบบแผนในการปฏิบัติแตกต่างกัน อาจเกิดความซ้ำซ้อนหรือช่องว่างในการปฏิบัติขึ้นได้ รัฐบาลจึงได้วางระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และ
พระราชอาคันตุกะ พ.ศ.๒๕๒๑ ให้ส่วนราชการถือปฏิบัติเพื่อให้เกิดเอกภาพในการกำหนดแผนงานการควบคุมและการกำกับดุแล ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันในระเบียบดังกล่าวได้กำหนดใหู้นย์รักษาความปลอดภัยำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุดัดเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งพร้อมด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็นขึ้น
สมทบกรมราชองครักษ์ เพื่อทำหน้าที่วางแผนและถวายความปลอดภัย โดยให้อยู่ในการควบคุมทางปฏิบัติของสมุหราชองครักษ์ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อหน่วยนี้
ใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจ ตามคำสั่งกองบัญชาการทหารสูงสุด (เฉพาะ) ลับมาก ที่ ๕๙/๒๙ ลงวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๗
โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “หน่วยแยกรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ประจำกรมราชองครักษ์”
ปัจจุบัน หน่วยแยกรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญประจำกรมราชองครักษ์ มีภารกิจในการจัดชุดปฏิบัติการถวายความปลอดภัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ณ พระตำหนักที่ประทับทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดในการเสด็จ ฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชภารกิจ
ณ สถานที่ต่าง ๆ ถวายหรือรักษาความปลอดภัย ประมุขของต่างประเทศที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ในฐานะพระราชอาคันตุกะดำเนินการประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการกำหนดควบคุม และเสนอแนะมาตรการรักษาความปลอดภัยให้รัดกุม
และมีประสิทธิภาพ ติดตาม และหาข่าวสารที่เป็นภัยต่อบุคคลสำคัญ และปฏิบัติการสืบสวนในกรณีพิเศษตามที่ได้รับมอบหมาย โดยรับการสนับสนุนทางด้านธุรการ กำลังพลและการส่งกำลังบำรุงจากศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเป็นต้นสังกัดเดิม
|