ระบบงานรักษาความปลอดภัย

ปัจจุบันกรมราชองครักษ์ มีภารกิจหลักในการถวายความปลอดภัยและถวายพระเกียรติแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งการปฏิบัติทั้งปวงให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ ซึ่งการปฏิบัติภารกิจดังกล่าวอยู่ในกรอบพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นกรอบหลักในการปฏิบัติหน้าที่ โดยระบบงานถวายความปลอดภัยของกรมราชองครักษ์นั้น สามารถแบ่งเป็นลักษณะการปฏิบัติออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ ระบบงานถวายความปลอดภัยในเขตพระราชฐานที่ประทับ และระบบงานถวายความปลอดภัย นอกเขตพระราชฐานที่ประทับ
๑. ระบบงานถวายความปลอดภัยในเขตพระราชฐานที่ประทับ จะมีการจัดกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร จากหน่วยต่าง ๆ มาสนธิกำลังกันเพื่อปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งมีการหมุนเวียนราชองครักษ์ประจำ ราชองครักษ์เวร และนายตำรวจราชสำนักเวร มาปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ ณ พระตำหนักที่ประทับ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
๒. ระบบงานถวายความปลอดภัยภายนอกเขตพระราชฐานที่ประจำ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ โปรดเกล้า ฯ รับเชิญเสด็จพระราชดำเนิน ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ต่าง ๆ นอกเขตพระราชฐานและที่ประทับ กรมราชองครักษ์จะมีขั้นตอนปฏิบัติเป็น ๓ ขั้นตอน คือ
๒.๑ ขั้นการเตรียมการก่อนการเสด็จพระราชดำเนิน กรมราชองครักษ์จะประสานกับสำนักพระราชวังและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดการประชุมตรวจพื้นที่ ณ ที่หมายที่จะเสด็จ พระราชดำเนิน ซึ่ง สมุหราชองครักษ์ หรือผู้แทนสมุหราชองครักษ์ จะเป็นผู้ตกลงใจในเรื่องต่าง ที่เกี่ยวข้องกับการถวายความปลอดภัย พร้อมกับกำหนดมาตรการต่าง ๆ ในเรื่องการถวายความปลอดภัยทั้งปวง เพื่อให้บังเกิดผลในการปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยสูงสุด โดยมอบหมายให้หน่วยราชการที่รับผิดชอบในพื้นที่ที่จะเสด็จพระราชดำเนิน ดำเนินการจัดตั้งกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัย พร้อมทั้งส่วนราชการที่รับผิดชอบส่งแผนการถวายความปลอดภัยให้กรมราชองครักษ์ ได้ดำเนินการตรวจสอบก่อนเสด็จพระราชดำเนิน ทุกครั้ง
๒.๒ ขั้นปฏิบัติวันเสด็จพระราชดำเนิน กรมราชองครักษ์จัดราชองครักษ์ประจำและเจ้าหน้าที่หน่วยแยกรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ประจำกรมราชองครักษ์ ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นส่วนล่วงหน้า ณ ที่หมายที่จะเสด็จพระราชดำเนิน ก่อนเวลาเสด็จพระราชดำเนิน เพื่อดำเนินการตรวจสอบและประสานการปฏิบัติกับทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของการถวายความปลอดภัย ว่าเป็นไปตามที่ได้ประสานการปฏิบัติไว้ในขั้นตอนการเตรียมการหรือไม่ ทั้งนี้เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง สมุหราชองครักษ์ หรือราชองครักษ์ที่อาวุโสที่ตามเสด็จพระราชดำเนิน จะเป็นผู้รับผิดชอบในการสั่งการส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของการถวายความปลอดภัยทั้งปวง
๒.๓ ขั้นสรุปประเมินผลภายหลังการเสด็จพระราชดำเนิน เมื่อเสร็จสิ้นการเสด็จพระราฃดำเนิน ปฏิบัติพระราชกรณียกิจ กรมราชองครักษ์จะมีการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงข้อขัดข้องที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัย พร้อมกับนำข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นมาวิเคราะห์หาแนวทางการแก้ไข เพื่อขจัดข้อขัดข้องในการปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยในครั้งต่อไป
สำหรับข้าราชการของกรมราชองครักษ์ที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัย จะมีวงรอบการฝึกฝนการปฏิบัติงานตามวงรอบที่ได้กำหนดไว้ โดยเฉพาะราชองครักษ์ประจำจะมีวงรอบการฝึกทบทวนหมุนเวียนกันไปตลอดเวลาเพื่อให้บังเกิดความพร้อมสูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัย อีกทั้ง กรมราชองรักษ์ยังได้มีการร่วมการซักซ้อมมาตรการถวายความปลอดภัยในด้านต่าง ๆ กับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอยู่เป็นประจำ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ และเป็นหลักประกันได้ว่า ระบบงานถวายความปลอดภัยของ กรมราชองครักษ์จะมีขีดความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ได้สมบูรณ์ ตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ พ.ศ.๒๕๔๙
สรุปสาระสำคัญของ พระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ พ.ศ.๒๕๔๙
๑. การถวายความปลอดภัยต้องมีการประสานการปฏิบัติกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง อีกทั้ง ต้องมีเอกภาพในการบังคับบัญชา อาทิต้องมีการประชุมคณะกรรมการ เพื่อประมาณสถานการณ์ทุกเดือน โดยคณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วย สมุหราชองครักษ์ เป็นประธาน และคณะกรรมการอีก ๑๑ ท่าน คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, หัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ, เจ้ากรมข่าวทหาร, ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย, ผู้แทนกองอำนวยการร่วมรักษาความมั่งคงภายใน, เจ้ากรมข่าวทหารบก, เจ้ากรมข่าวทหารเรือ, เจ้ากรมข่าวทหารอากาศ และเสนาธิการกรมราชองครักษ์ ซึ่งข้อมูลข่าวสารที่ได้จากการประชุมและการประสาน
การปฏิบัติจะถูกนำมาใช้ในการกำหนดแผนการปฏิบัติเพื่อให้การถวายความปลอดภัยบังเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
๒. ทุกระบบงานของการถวายความปลอดภัยจะมีความพร้อมในการปฏิบัติในทุกสถานการณ์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทั้งในด้านการป้องกันและการตอบโต้โดยมีการวางแผนการถวายความปลอดภัยที่รัดกุมและละเอียดรอบคอบรวมทั้งการถวายพระเกียรติควบคู่กันไปด้วย
๓. การถวายความปลอดภัยแบ่งออกตามสถานที่ต่าง ๆ ดังนี้
๓.๑ การถวายความปลอดภัย ณ พระราชฐานและที่ประทับจะอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วย สมุหราชองครักษ์เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการอีก ๔ นาย ประกอบด้วยเลขาธิการพระราชวัง, ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ กรณีที่ประทับในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร โดยสมุหราชองครักษ์มีอำนาจสั่งการแก่กำลังทหารและตำรวจที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในเขตพระราชฐานและที่ประทับ ซึ่งกำลังทหารและตำรวจที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ภายในเขตพระราชฐานและที่ประทับเป็นไปตามที่สมุหราชองครักษ์ ร้องขอ
๓.๒ การถวายความปลอดภัย ณ นอกเขตพระราชฐานที่ประทับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยสมุหราชองครักษ์เป็นประธาน, ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นกรรมการ ในกรณีเสด็จพระราชดำเนินภายในเขตกรุงเทพมหานคร จะมีกรรมการเพิ่มอีก ๒ นาย คือ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับหน่วยทหาร ในพื้นที่ที่เสด็จพระราชดำเนินถึง และหากเป็นการเสด็จพระราชดำเนินจังหวัดอื่น จะมีกรรมการเพิ่มขึ้นอีก ๓ นาย คือ ผู้บังชาการตำรวจภูธรภาค, ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ที่จะเสด็จ พระราชดำเนินถึง โดยสมุหราชองครักษ์มีอำนาจสั่งการแก่กำลังทหารและตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขบวนเสด็จพระราชดำเนิน
๓.๒.๑ ก่อนการเสด็จพระราชดำเนินทุกครั้ง ต้องมีการประชุมและตรวจพื้นที่เพื่อเตรียมการเสด็จ
พระราชดำเนินโดยสมุหราชองครักษ์ จะต้องมอบหมายให้หน่วยที่รับผิดชอบจัดตั้งกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัย โดยในเขตกรุงเทพมหานครจะมอบหมายให้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเป็นผู้จัดตั้ง หากเป็นจังหวัดอื่นจะมอบหมายให้แม่ทัพภาคเป็นผู้จัดตั้งแล้วแต่กรณี
๓.๒.๒ การเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งในเขตกรุงเทพมหานครผู้บัญชาการตำรวจ
แห่งชาติเป็นผู้จัดยานพาหนะ และเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะถวายความปลอดภัยตามคำขอของสมุหราชองครักษ์ ในจังหวัดอื่นให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ที่จะเสด็จพระราชดำเนินถึงเป็นผู้จัดยานพาหนะและเจ้าหน้าประจำยานพาหนะในการถวายความปลอยภัย ตามที่สมุหราชองครักษ์ ร้องขอ
๓.๒.๓ การถวายความปลอดภัยขณะประทับอยู่ในขบวนรถไฟ หรือรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ไม่ว่าจะ
เป็นของทางราชการหรือเอกชน ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือผู้มีอำนาจสั่งการ หรือหน่วยราชการเจ้าของสัมปทานนั้น ๆ และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค แล้วแต่กรณี
๓.๒.๔ การเสด็จพระราชดำเนิน โดยเรือ ไม่ว่าจะประทับเรือของทางราชการหรือเอกชน การถวาย
ความปลอดภัยในน่านน้ำหรือท้องน้ำให้อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือ หรือผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคแล้วแต่กรณี และกรมขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี
๓.๒.๕ การถวายความปลอดภัยขณะประทับอยู่ในอากาศยานให้อยู่ในความรับผิดชอบของส่วน
ราชการหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นเจ้าของอากาศยานพระที่นั่ง หากเป็นอากาศยานของเอกชน การถวายความปลอดภัยให้อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วแต่กรณี
๓.๓ การวางแผนและอำนวยการถวายความปลอดภัยเมื่อเสด็จพระราชดำเนินต่างประเทศให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ โดยมี สมุหราชองครักษ์เป็นประธาน คณะกรรมการประกอบด้วย ราชเลขาธิการ, เลขาธิการพระราชวัง, เลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, หัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ และเสนาธิการกรมราชองครักษ์ โดย สมุหราชองครักษ์จัดประชุมเพื่อสำรวจพื้นที่ของประเทศที่จะเสด็จพระราชดำเนิน เพื่อวางแผนและประสานการปฏิบัติการถวายความปลอดภัยร่วมกับผู้ช่วยทูตทหาร ณ ประเทศนั้น ๆ ร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของประเทศที่จะเสด็จพระราชดำเนินตามความเหมาะสม
|