หน้าหลัก     อีเมล์      การจัดการความรู้     มุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้     ติดต่อเรา   ผู้ดูแลระบบ
 
      หน้าที่ราชองครักษ

         
                 

                           
 
        หน้าที่ของราชองครักษ์ มีดังนี้
                           การรับเสด็จ   
                         
 การตามเสด็จ  
                         
  การแซงเสด็จ
                         
 การนำเสด็จ 
                         
  การเชิญธง 
                         
  การเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
  
                           การรับพระบรมราชโองการ 
                           การต้อนรับ

                           การรักษาการณ




ข้อ ๑ ราชองครักษ์
คือ นายทหารที่ได้รับพระราชทานเกียรติยศแต่งตั้งให้เป็นผู้ป้องกันรักษาพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินี โดยใกล้ชิดให้พ้นจากอันตรายอันจะเกิดแก่พระองค์ไม่ยอมให้ศัตรูประทุษร้ายพระองค์และทำลายพระเกียรติได้เป็นอันขาด แม้ในการป้องกันนั้นจะต้องเสียชีวิตก็ต้อง
สละถวายเป็นราชพลี นอกจากนั้นยังเป็นนายทหารสำหรับประดับพระเกียรติยศและเป็นผู้ปฏิบัติการทั้งปวงในส่วนพระองค์ให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ และพระราชประเพณีนิยม
แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ข้อ ๒ ประเภท ราชองครักษ์แบ่งเป็น ๓ ประเภท คือ
๑) ราชองครักษ์พิเศษ
๒) ราชองครักษ์เวร
๓) ราชองครักษ์ประจำ
ข้อ ๓ การแต่งตั้ง ราชองครักษ์ทุกประเภท พระมหากษัตริย์จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ข้อ ๔ การพ้นตำแหน่ง
๑) ราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากตำแหน่งโดยประกาศพระบรมราชโองการ
๒) ราชองครักษ์เวร พ้นจากตำแหน่งในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
๑. ออกจากประจำการ
๒. ไปรับราชการฝ่ายพลเรือน และพ้นจากตำแหน่งในกระทรวงกลาโหม
๓. ได้เป็นราชองครักษ์เวรครบ ๓ ปีบริบูรณ์
๓) ราชองครักษ์ประจำ พ้นจากตำแหนงในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้
๑. ออกจากประจำการ
๒. ไปรับราชการที่อื่นและขาดจากตำแหน่งหน้าที่ในกรมราชองครักษ์
ข้อ ๕ หน้าที่ของราชองครักษ์ทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ คือ
๑) การรับเสด็จ
๒) การแซงเสด็จ
๓) การนำเสด็จ
๔) การตามเสด็จ
๕) การเชิญธง
๖) การเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
๗) การรับพระบรมราชโองการ
๘) การต้อนรับ
๙) การรักษาการณ์
 

 
การรับเสด็จ

ข้อ ๖ เมื่อมีหมายกำหนดการ หรือหมายรับสั่งของสำนักพระราชวังว่าพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ใดกรมราชองครักษ์จะได้จัดราชองครักษ์
ไปรับเสด็จ ณ ที่นั้นตามจำนวนที่สมควรแก่ความสำคัญของงานนั้นๆ เพื่อป้องกันรักษาพระองค์และประดับพระเกียรติยศ ในบางคราวที่เสด็จพระราชดำเนินโดยมิได้มีหมายกำหนดการ
หรือหมายรับสั่งของสำนักพระราชวัง หากแต่กรมราชองครักษ์ได้รับทราบพระราชกิจอันสมควรจะต้องจัดราชองครักษ์ เพื่อความมุ่งหมายดังกล่าวในวรรคต้นกรมราชองครักษ์ก็อาจจัด
ราชองครักษ์ไปรับเสด็จได้ตามเหตุการณ์ที่สมควร
ข้อ ๗ การจัดราชองครักษ์ไปรับเสด็จนั้น ถ้าเสด็จหลายแห่งในคราวเดียวกันต้องจัดรับทุกแห่งที่จะทรงปฏิบัติพระราชกิจตามหมายกำหนดการ ในที่ๆ มิได้ทรงปฏิบัติ
พระราชกิจอื่นใด เช่น เพียงเสด็จผ่านเพื่อเปลี่ยนราชพาหนะอย่างหนึ่งเป็นอีกอย่างหนึ่งเป็นต้นก็ไม่ต้องจัด
ข้อ ๘ ราชองครักษ์ใดได้รับคำสั่งให้ไปรับเสด็จ ณ ที่ใดจะต้องไปถึงที่นั้นก่อนเวลาเสด็จพระราชดำเนินถึงตามสมควร เพื่อจะได้มีโอกาสได้ตรวจสถานที่ที่จะต้อง
ยืนรับเสด็จ ที่ที่จะต้องทำการป้องรักษาพระองค์ทางที่จะต้องเสด็จ หรือแซงเสด็จตลอดจนที่เฝ้าให้เรียบร้อย ราชองครักษ์มีอาวุโสสูงสุดในที่นั้นเป็นผู้ดำเนินการและรับผิดชอบในการนี้
ข้อ ๙ เมื่อเห็นว่าจะเสด็จพระราชดำเนินถึงที่รับเสด็จ ราชองครักษ์ที่มีหน้าที่รับเสด็จจะต้องตั้งแถวรับเสด็จ ณ ที่ต้นทางที่จะเสด็จถึง ตามปกติจัดเป็นแถวหน้ากระดาน
แต่บางครั้งอาจจะต้องตั้งเป็นแถวตอน ทั้งนี้ย่อมแล้วแต่สถานที่โดยถือหลักว่าให้สง่าผ่าเผยในการรับเสด็จ และเป็นการสะดวกที่จะนำหรือแซงเสด็จต่อไป ผู้อาวุโสอยู่ใกล้ทางลาด
พระบาท หรือต้นทางที่จะเสด็จต่อไปตามลำดับ ในการตั้งแถวรับเสด็จเป็นแถวหน้ากระดานนั้น ถ้าจำนวนราชองครักษ์ไม่เกิน ๔ นาย ให้ตั้งเป็นแถวหน้ากระดานแถวเดียว ถ้าเกิน ๔ นาย
ให้ตั้งเป็นแถวหน้ากระดาน ๒ แถวสำหรับแถวตอนนั้นตั้งแถวตอนเรียง ๒ เสมอ ถ้าสมุหราชองครักษ์รับเสด็จด้วยก็ให้ยืนหัวแถว การตั้งแถวรับเสด็จนั้น อย่านั้นแถวก่อนเสด็จถึงเป็น
เวลานานแต่ก็อย่าให้เป็นการเข้าแถวด้วยอาการรุกรนเกินควร
ข้อ ๑๐ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินถึงระยะที่ควรแก่การถวายการเคารพ หรือเสด็จออกที่เกย หรือที่ใดที่หนึ่งในทำนองนั้น ราชองครักษ์ที่
ตั้งแถว รับเสด็จก็ถวายการเคารพพร้อมกัน ถือผู้อยู่ต้นทางที่เสด็จมานั้นเป็นผู้นำ และเมื่อเสด็จพระราชดำเนินผ่านจะต้องหันตามไปตามที่เสด็จจนกว่าจะเสด็จขึ้นประทับ ณ ที่ประทับ
หรือจะต้องเดิน
แซงเสด็จจึงลดมือลงแล้วเดินแซงเสด็จต่อไป การลดมือลงนั้นให้พยายามทำพร้อมกับผู้อยู่หัวแถว ในขณะที่ตั้งแถวคอยรับเสด็จอยู่หัวแถวนั้น ถ้ายังไม่ถึงระยะอันควรที่จะถวายการเคารพแล้วแม้ในบริเวณนั้นจะมีการบรรเลงเพลงถวายการเคารพก็ยังไม่ต้องถวายการเคารพ
ข้อ ๑๑ ถ้ามีการเสด็จพระราชดำเนินคราวนั้นมีผู้ขี่ม้าเชิญธงพระอิสริยยศ หรือธงหมายยศ หรือธงหมายยศ หรือธงตำแหน่งประจำพระองค์มาในขบวนเสด็จด้วย
ทั้งจะต้อง
เชิญธงด้วยการเดินทางเท้าอีกต่อไป จะต้องจัดราชองครักษ์สำหรับเชิญธงช่วงต่อไป
 

 
การแซงเสด็จ

ข้อ ๑๒ การแซงเสด็จ คือการที่ราชองครักษ์เดินหรือขี่ม้าหรือใช้ยานพาหนะใดๆเคลื่อนที่ไปทางเบื้องขวาและเบื้องซ้ายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเวลาเสด็จพระราชดำเนิน
โดยพระบาทหรือราชพาหนะใดๆ เพื่อป้องกันรักษาพระองค์และประดับพระเกียรติยศ
ข้อ ๑๓ แถวแซงเสด็จนั้นตามปกติต่อเนื่องมาจาการรับเสด็จ หรือมิฉะนั้นก็เป็นการเริ่มจากรูปแถวอย่างเดียวกัน ดังนั้นถ้ารูปแถวรับเสด็จเป็นแถวหน้ากระดานสองแถวเมื่อ
รับเสด็จและหันตามไปในทางเสด็จแล้ว แถวที่อยู่ขวาแซงทางขวา แถวที่อยู่ซ้ายแซงทางซ้าย แต่ถ้ารูปแถวรับเสด็จเป็นแถวหน้ากระดานแถวเดียว เวลาแซงก็ต้องแยกเป็น ๒ ทาง
ผู้อยู่ต้นแถวต้องแซงทางขวา ผู้อยู่รองลงมาต้องแซงทางซ้าย สลับกันตามลำดับ ถ้ารูปแถวรับเสด็จเป็นแถวตอน แถวที่อยู่ขวาแซงทางขวา แถวที่อยู่ซ้ายแซงทางซ้าย การเคลื่อนที่
ต้องตรงกับคนข้างหน้าและเสมอกับคนในคู่เดียวกัน เว้นแต่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในการแซงเสด็จเฉพาะโอกาสนั้นๆ
ข้อ ๑๔ ในเวลาแซงเสด็จต้องรักษากิริยาให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย องอาจเป็นสง่าสมพระเกียรติยศ ทั้งอยู่ในอาการเตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ ต้องรักษาแถวแซง
และระยะให้เรียบร้อยอยู่เสมอ ซึ่งจะได้กำหนดในข้อต่อไป ถ้าขี่ม้าแซงเสด็จจะขี่โดยวิธียกตัวไม่ได้เป็นอันขาด
ข้อ ๑๕ การถวายการเคารพของแถวแซงเสด็จ กระทำเมื่อรับเสด็จดังที่กล่าวแล้วในข้อ ๑. ครั้งหนึ่ง และเมื่อส่งเสด็จซึ่งจะได้กล่าวต่อไปในข้อ ๒๗ อีกครั้งหนึ่ง ถ้าในระยะทางที่แซงเสด็จไปมีการรับและส่งเสด็จหลายครั้งก็ต้องถวายการเคารพทุกครั้ง
ข้อ ๑๖ การแซงเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาทแถวแซงทั้ง ๒ ห่างกันตามปกติประมาณ ๔ ก้าว ถ้าสถานที่บังคับก็ลดลงเท่าที่บังครับราชบริพารและผู้อื่น
ที่ตาม เสด็จทั้งสิ้นอยู่ในระหว่างแถวแซงทั้ง ๒ ราชองครักษ์คู่หน้าต่ำลงมาทางเบื้องพระปฤษฎางค์ ๓ ก้าว ระยะต่อระหว่างคู่ ๒ ก้าว สมุหราชองครักษ์เดินตามเสด็จทางเบื้อง
พระปฤษฎางค์ข้างหน้ามหาดเล็กเชิญเครื่อง ห่างจากพระองค์พอสมควร จำนวนราชองครักษ์ที่แซงเสด็จโดยปกติก็คือราชองครักษ์ที่รับเสด็จในคราวนั้น
ข้อ ๑๗ การแซงเสด็จเมื่อเสด็จโดยทางพระเก้าอี้หามหรือพระเสลี่ยงสมุหราชองครักษ์แซงเสด็จเบื้องขวาราชองครักษ์นายหนึ่งแซงเสด็จเบื้องซ้ายในแถวที่ประทับ
ระยะห่าง จากพระองค์ประมาณ ๓ ก้าว ถ้าสมุหราชองครักษ์มิได้อยู่ ณ ที่นั้นก็ต้องให้ราชองครักษ์แซงเสด็จทั้ง ๒ ข้างผู้อาวุโสอยู่เบื้องขวาถ้ามีราชองครักษ์ที่โดยเสด็จนอกจาก
จำนวนนี้ก็เดินตามเสด็จ หลังพระเก้าอี้หรือเสลี่ยงในหมู่ราชบริพาร
ข้อ ๑๘ การแซงเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนิน โดยทางพระราชยานที่มิใช่ขบวนราบน้อย ราบใหญ่หรือมิใช่พยุหยาตราน้อย พยุหยาตราใหญ่ เช่น ขบวนปกติ
หรือขบวนราบย่อ ราชองครักษ์คู่หน้าเดินเสมอกับกรมวังเคียงพระที่นั่งคู่หน้า ซึ่งหัวคานหน้าที่ ๒ ข้าง ราชองครักษ์คู่ท้ายเสมอกับกรมวังเคียงพระที่นั่งคู่หลัง ซึ่งอยู่ข้างหัวคานหลัง
ทั้ง ๒ ข้างระยะต่อโดยเฉลี่ยเท่าๆ กันตามความยาวของคานหน้าและ หลัง และเดินด้านนอกของกรมวังเคียงพระที่นั่ง ระยะห่างประมาณ ๒ ก้าว จำนวนราชองครักษ์ไม่จำกัด
ย่อมแล้วแต่ความสำคัญของงาน แต่อย่างมากไม่เกิน ๘ คู่ สมุหราชองครักษ์เดินตามเสด็จ ในระหว่างแถวแซงกับพระราชยานทางขวาหรือทางซ้ายเสมอแนวปลายพระบาท
ข้อ ๑๙ การแซงเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนราบน้อย ราบใหญ่ พยุหยาตราน้อย หรือพยุหยาตราใหญ่ ราชองครักษ์เดินเสมอกับคู่เคียงในสายแซง
เป็นคู่ๆโดยปกติมี ๘ คู่เท่ากัน ซึ่งคู่ต้นจะอยู่เสมอคนหามพระราชยานคนหน้า คู่ท้ายเสมอคนหามพระราชยานคนหลัง แถวแซงของราชองครักษ์อยู่ในระหว่างอินทรพรหมซึ่งถือต้น
ไม้เงินทอง กับแถวคู่เคียงระยะห่างจากแถวคู่เคียงประมาณ ๒ ก้าว สมุหราชองครักษ์ตามเสด็จระหว่างแถวคู่เคียงกับพระราชยานทางขวาหรือทางซ้ายเสมอแนวปลายพระบาท
ข้อ ๒๐ การแซงเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยรถม้าพระที่นั่งที่มิใช่ในงานพระราชพิธี ราชองครักษ์ขี่ม้าแซงเสด็จ ๒ ข้างรถพระที่นั่งข้างละ ๑ นาย ห่างรถ
พระที่นั่งประมาณ ๒ ก้าว หน้าม้าเสมอดุมล้อหลังถ้ามีราชองครักษ์ตามเสด็จมากกว่านั้นให้ขี่ม้าตามเสด็จในหมู่ราชบริพารหรือนั่งรถตามเสด็จในขบวน สมุหราชองครักษ์ถ้ามิได้ขี่ม้า
แซงเสด็จตามที่ของราชองครักษ์คนทางขวา ก็ตามเสด็จในรถพระที่นั่งหรือนั่งรถตามเสด็จในขบวน
ข้อ ๒๑ การแซงเสด็จ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยรถม้าพระที่นั่งในงานพระพิธี และในการตรวจพลสวนสนาม ราชองครักษ์อาวุโสขี่ม้าแซงเสด็จ ๒ ข้างรถพระที่นั่ง
ข้างละ ๑ นาย ห่างรถพระที่นั่งประมาณ ๒ ก้าวหน้าม้าเสมอดุมล้อหลัง ราชองครักษ์อีก ๘ นายหรือกว่านั้นขี่ม้าตามเสด็จต่อท้ายรถพระที่นั่งตับละ ๔ นาย ระยะระหว่างตับ ๓ ก้าว
ตับหน้าห่างจากท้ายรถพระที่นั่ง ๕ ก้าว ถ้ามีผู้เชิญธงพระเกียรติยศตามเสด็จด้วยก็ต้องห่างจากผู้เชิญธง ๕ ก้าว (ธงพระเกียรติยศห่างท้ายรถพระที่นั่ง ๓ ก้าว ดูข้อ ๕๔) สมุหราชองครักษ
์ตามเสด็จใน รถพระที่นั่ง ราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์ไม่ต้องขึ้นรถขบวนตามเสด็จเว้นแต่สมุหราชองครักษ์จะได้มีคำสั่งว่าให้ตามเสด็จในรถขบวนคันใดเฉพาะคราวนั้น
ข้อ ๒๒ การแซงเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยรถม้าพระที่นั่งในการเสด็จที่มิใช่พระราชพิธี สมุหราชองครักษ์ขี่ม้าแซงเสด็จเบื้องขวาราชองครักษ์นายหนึ่งขี่ม้าแซง
เสด็จเบื้องซ้าย ระยะห่างประมาณ ๖ ก้าว หน้าม้าห่างท้ายม้ารถพระที่นั่ง ๓ ก้าว ถ้าสมุหราชองครักษ์มิได้อยู่ ณ ที่นั้นก็ต้องให้ราชองครักษ์แซงเสด็จทั้ง ๒ ข้าง ผู้อาวุโสอยู่เบื้องขวา
ถ้ามีราชองครักษ์ตามเสด็จนอกจากจำนวนนี้ ก็ให้ขี่ม้าตามเสด็จในหมู่ราชบริพาร
ข้อ ๒๓ การแซงเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนม้าพระที่นั่งในการพระราชพิธี และในการตรวจพลสวนสนาม อนุโลมตามที่กล่าวในข้อ ๒๑ เว้นแต่ตับหน้า
ของราชองครักษ์ที่ตามเสด็จห่างจากท้ายม้าพระที่นั่ง ๖ ก้าว ถ้ามีผู้เชิญธงพระเกียรติยศตามเสด็จด้วยก็ต้องห่างจากผู้เชิญธง ๕ ก้าว (ผู้เชิญธงห่างท้ายม้าพระที่นั่ง ๖ ก้าว ดูข้อ ๕๔)
ข้อ ๒๔ ในการเสด็จพระราชดำเนินโดยรถม้าพระที่นั่งหรือกระบวนม้าพระที่นั่งซึ่งราชองครักษ์จะต้องแซงเสด็จด้วยการขี่ม้านั้น ราชองครักษ์จะต้องขึ้นม้าเข้าแถว
รอรับเสด็จโดยอนุโลมในข้อ ๗ ให้พร้อมเสร็จก่อน หรือถ้าไม่สะดวกจะจัดแถวรูปนั้น ก็อาจเป็นแถวรูปในขบวนแซงเสด็จให้เสร็จก่อนก็แล้วแต่สถานที่นั้นจะเหมาะสมกับรูปใด
ข้อ ๒๕ ราชองครักษ์ที่ขี่ม้าแซงเสด็จมิใช่ในงานพระราชพิธีนั้นตามธรรมดาให้เป็นหน้าที่ราชองครักษ์ประจำ เว้นแต่มีเหตุขัดข้องจึงจัดราชองครักษ์ประเภทอื่นแทน
ถ้าในงานพระราชพิธีจะจัดราชองครักษ์ประเภทใดก็ได้
ข้อ ๒๖ การแซงเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยทรงช้างพระที่นั่ง ราชองครักษ์คู่หน้าเดินเสมอคู่เท้าหน้าราชองครักษ์คู่สุดท้ายเดินเสมอคู่เท้าหลัง จำนวนราชองครักษ์
จะกี่คู่นั้นแล้วแต่สมควร แต่ถ้ามีช้างสำหรับราชองครักษ์จะให้ขึ้นช้างนำเสด็จหรือตามเสด็จก็ได้ สมุหราชองครักษ์เดินแซงข้างขวา หรือซ้ายช้างพระที่นั่งเสมอแนวพระบาท หรือขึ้น
ช้างตามเสด็จ
ข้อ ๒๗ เมื่อได้แซงเสด็จไปถึงปลายทางเสด็จพระราชดำเนินและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงหรือเสด็จขึ้นราชพาหนะก็ดี หรือเสด็จขึ้นหรือเสด็จเข้าในสถานที่
ที่ราชองครักษ์จะไม่แซงเสด็จต่อไปในตอนนั้นๆ อีกก็ดี ให้ถวายความเคารพโดยพร้อมเพรียงกัน คนที่อยู่หน้าเป็นผู้นำเลิกถวายการเคารพเมื่อพ้นระยะแล้ว หรือลับพระองค์แล้ว
หรือเมื่อประทับพระราชอาสนแล้ว แล้วแต่กรณี
ข้อ ๒๘ จุดที่ราชองครักษ์จะหยุดการแซงเสด็จแล้วถวายการเคารพเป็นการส่งเสด็จนั้น ถือหลักโดยทั่วไป ดังนี้
๑) พระที่นั่งที่มี ๒ ชั้น และใช้เป็นที่ประทับทั้ง ๒ ชั้นหรือพระที่นั่งชั้นเดียว หรือพระอุโบสถ หรือพระวิหาร ที่ไม่มียกชานขึ้นส่งเสด็จที่อัฒจันทร์ชั้นล่างสุด
๒) พระที่นั่งที่มี ๒ ชั้น ซึ่งมิได้ใช้เป็นที่ประทับแต่จัดเป็นสถานพระราชพิธีส่งเสด็จที่หน้าห้องพระราชพิธี
๓) พระอุโบสถหรือพระวิหารที่มีหลายชั้น ส่งเสด็จที่อัฒจันทร์ของชั้นที่จะเข้าพระอุโบสถหรือพระวิหารนั้นๆ
๔) สถานที่พักอาศัยหรืออาคารของผู้ใดผู้หนึ่งส่งเสด็จที่ชั้นล่างสุด หรือหน้าอาคารนั้น
๕) สถานที่ราชการแซงเสด็จถึงห้องที่เสด็จ หรือตลอดทางเสด็จในบริเวณนั้น
๖) ในการเสด็จพระราชดำเนินอุทยานสโมสร หรือการเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในงานสโมสรสันนิบาต ขณะเสด็จทรงพระราชปฏิสันถาร ไม่ต้องแซงเสด็จหรือ
ตามเสด็จ คงรออยู่ ณ ที่ที่จะเสด็จประทับ
ข้อ ๒๙ ตลอดเวลาที่แซงเสด็จจะต้องสวมหมวกไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่อย่างใด ฉะนั้น ถ้าสถานที่นั้นไม่ควรแก่การสวมหมวก ในเมื่อมิได้อยู่ในแถวราชองครักษ์
พึงสวหมวกเมื่อจะเข้าแถวรับเสด็จเท่านั้น และรีบถอดหมวก เมื่อส่งเสด็จแล้ว ต้องถือกระบี่ หรือถ้าในโอกาสที่ขี่ม้าต้องแขวนกระบี่ให้ถูกต้องตามแบบฝึก ไม่ต้องชักกระบี่


 
การนำเสด็จ


ข้อ ๓๐  การนำเสด็จนั้นโดยปกติเป็นหน้าที่ตำรวจหลวงหรือตำรวจนครบาล หรือตำรวจภูธร
แต่ในบางคราวที่เจ้าหน้าที่ดังกล่าวมิได้กระทำหน้าที่จึงตกเป็นหน้าที่ราชองครักษ์
ข้อ ๓๑  การนำเสด็จนั้น เพื่อประโยชน์ดังนี

     ๑.  เปิดทางให้เสด็จพระราชดำเนินได้โดยสะดวก ไม่ว่าจะมีสิ่งใดหรือบุคคล หรือหมู่ชนกีดขวางอยู่  ผู้นำเสด็จจะต้องพยายามจัดให้พ้นจากทางเสด็จ
     ๒.  เป็นการนำให้เสด็จพระราชดำเนินได้ถูกทางที่มีพระราชประสงค์
     ๓.  เป็นการถวายแสงสว่างในระหว่างเสด็จที่ไม่สว่างพอด้วยการใช้ไฟอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้เสด็จพระราชดำเนินสะดวก
     ๔.  เป็นการป้องกันรักษาพระองค์  และประดับพระเกียรติยศ

ข้อ ๓๒  การจัดราชองครักษ์นำเสด็จควรจะเป็นจำนวนเท่าใดนั้นแล้วแต่สถานที่และเหตุการณ์  และยานพาหนะที่ใช้นำเสด็จ  ระยะที่นำเสด็จห่างจากพระองค์หรือราชพาหนะเท่าใดนั้น  แล้วแต่สมควรแก่ความประสงค์ในการนำเสด็จในคราวนั้น
ข้อ ๓๓  ในการเสด็จพระราชดำเนินตรวจพลโดยขบวนรถม้าพระที่นั่ง  หรือขบวนม้าพระที่นั่ง  ต้องมีราชองครักษ์ขี่ม้านำเสด็จ ๒ นาย  ห่างจากม้าเทียบรถพระที่นั่งคู่หน้า ๖ ก้าว  ไม่ต้องเชิญธงใด ๆ  

 

การตามเสด็จ

ข้อ ๓๔ การตามเสด็จพระราชดำเนิน คือสมุหราชองครักษ์หรือราชองครักษ์โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวร่วมราชพาหนะ หรือต่างราชพาหนะแต่อยู่ในขบวน
เดียวกันหรือในขบวนที่ตามไปข้างหลังต่อเนื่องกับขบวนพระที่นั่ง และในการนั้นมิใช่การแซงเสด็จตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันรักษาพระองค์ และประดับพระเกียรติยศ
ข้อ ๓๕ การตามเสด็จพระราชดำเนินว่าตามหลัก สมุหราชองครักษ์ต้องตามเสด็จเสมอ แต่ถ้าการเสด็จพระราชดำเนินที่มิใช่การพระราชพิธี หรือมิใช่เป็นทางการที่ต้อ
งเสด็จออกจากพระราชฐาน เช่น เสด็จวังพระบรมวงศานุวงศ์ หรือบ้านผู้ที่ทรงคุ้ยเคยเป็นส่วนพระองค์ หรือทรงกีฬา เป็นต้น พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดรองสมุหราชองครักษ
์หรือราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์ในวันนั้น และมียศตั้งแต่พันโท นาวาโท นาวาอากาศโท ขึ้นไปตามเสด็จแทนสมุหราชองครักษ์ได้ แม้คราวใดที่สมุหราชองครักษ์ จะต้องตาม
เสด็จหากแต่ไม่สามารถกระทำหน้าที่ได้ ก็ให้ปฏิบัติโดยทำนองเดียวกับที่กล่าวมาแล้วนี้ และโดยปกติถ้ามิได้กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นเฉพาะกาลนั้นๆ แล้ว การจัดราชองครักษ์ตามเสด็จจัดจากราชองรักษ์ประจำและราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์ประเภทละหนึ่งนาย
ข้อ ๓๖ การจัดราชองครักษ์ตามเสด็จ และวิธีการตามเสด็จนั้นได้กล่าวมาบ้างแล้วในข้อ ๑๗, ๒๐, ๒๑, ๒๒ และ ๒๕ ซึ่งต่อเนื่องและร่วมกับการแซงเสด็จเฉพาะกาลนั้นๆ
ฉะนั้น ให้ถือว่าการตามเสด็จดังที่กล่าวมาแล้วนั้นเป็นหน้าที่ดังกล่าวในข้อ ๓๔ ด้วย
ข้อ ๓๗ ราชองครักษ์ที่ตามเสด็จโดยปกติจะต้องตั้งแถวทำการส่งเสด็จก่อนจนกว่าราชพาหนะเคลื่อนที่แล้วจึงไปขึ้นยานพาหนะตามเสด็จได้เว้นแต่ยานพาหนะบางอย่าง
ที่ได้ระบุถึงวิธีการไว้โดยเฉพาะชนิดนั้นๆ
ข้อ ๓๘ วิธีการตามเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนิน โดยรถม้าพระที่นั่ง สมุหราชองครักษ์โดยเสด็จในรถพระที่นั่ง เมื่อเสด็จประทับรถพระที่นั่งเรียบร้อยแล้วจึงถวาย
การเคารพ แล้วขึ้นนั่งตอนหน้าค่อนข้างซ้ายของที่ประทับหันเฉียงเข้าที่ประทับ ถ้าเสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินี ต้องนั่งตรงกับที่ประทับสมเด็จพระบรมราชินี และหันเฉียง
ไปทางที่ประทับเช่นเดียวกัน การลงจากรถต้องลาทางที่ไม่ผ่านที่ประทับและลงก่อนเสด็จลงถ้าเป็นรถม้าพระที่นั่งขนาดเล็กที่สมุหราชองครักษ์มิอาจนั่งในรถพระที่นั่งดังกล่าวแล้วได้ หรือจะด้วยประการใดก็ดีสมุหราชองครักษ์ก็ขี่ม้าแซงเสด็จทางด้านขวารถพระที่นั่งดังกล่าวแล้วในข้อ ๒๐ แต่ถ้ามิได้ขี่ม้าแซงเสด็จก็ให้นั่งรถคันต่อจากรถพระที่นั่ง ถ้ามีราชองครักษ
์อื่น ที่มิได้ขี่ม้าแซงหรือขี่ม้าตามเสด็จ ก็ให้นั่งในรถคันที่กล่าวนี้
ข้อ ๓๙ การตามเสด็จ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง มีวิธีรถยนต์พระที่นั่งซึ่งมีที่นั่งตอนในตรงหน้าที่ประทับสมุหราชองครักษ์นั่งทางริมซ้ายหันหน้าเข้า
ทางที่ประทับ ถ้าสมเด็จพระบรมราชินีเสด็จด้วยก็นั่งตรงกับที่ประทับสมเด็จพระบรมราชินี หันเฉียงไปทางที่ประทับเช่นเดียวกัน ขึ้นรถทางประตูที่มิใช่ทางที่ประทับในเมื่อทั้ง ๒ พระองค
์ประทับเรียบร้อยแล้ว การลงจากรถลงทางประตูที่ขึ้นรถและลงก่อนเสด็จลง เพื่อรับเสด็จได้ทันเวลา การถวายการเคารพก่อนขึ้นและลงรถปฏิบัติทำนองเดียวกับข้อ ๓๘ รถยนต์พระที่นั่งที่ไม่มีที่นั่งตอนในอยู่หน้าที่ประทับสมุหราชองครักษ์นั่งตอนหน้าเคียงคนขับ ขึ้นลงรถและถวายการเคารพโดยวิธีดังกล่าวแล้ว คนขับรถพระที่นั่งผู้ช่วยต้องตามเสด็จ
ในรถคันอื่น รถยนต์พระที่นั่งที่ทรงขับเอง ถ้าเสด็จโดยไม่มีสมเด็จพระบรมราชินี สมุหราชองครักษ์นั่งเคียงกับที่ประทับ ถ้าสมเด็จพระบรมราชินีประทับเคียงด้วยก็ดี หรือพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์เดียว และเสด็จประทับตอนหน้าเคียงกับคนขับที่กระทำหน้าที่ขับถวายก็ดี สมุหราชองครักษ์ต้องเข้านั่งตอนในด้านที่ไม่ตรงกับพระองค์ ในการเข้านั่งรถ
พระที่นั่งตอนในเช่นที่กล่าวนี้ ถ้ารถพระที่นั่งเป็นรถประตูเดียวซึ่งผู้ที่นั่งตอนในจะต้องขึ้นรถโดยวิธีพับที่นั่งตอนหน้าขึ้นแล้วก็ต้องขอพระราชทานขึ้นรถก่อนและถ้าสามารถกระทำได้
ก็ใช้ในทางที่มิใช่ที่ประทับ และเวลาลงจากรถก็จำต้องทีหลังด้วยถ้าเป็นรถตอนเดียวที่ไม่สามารถโดยเสด็จได้ก็ตามเสด็จในรถคันต่อจากรถพระที่นั่งร่วมกับราชองครักษ์ที่ตามเสด็จ
ราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์ ๒ นาย ตามเสด็จในรถที่ต่อจากรถพระที่นั่ง ต้องส่งเสด็จก่อนแล้วจึงไปขึ้นรถ
ข้อ ๔๐ การตามเสด็จ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยรถม้าพระที่นั่งหรือรถยนต์พระที่นั่ง การขึ้น หรือลงจากรถห้ามมิให้อ้อมไปทางหน้ารถพระที่นั่ง และเมื่อถึงที่หยุดรถ
พระที่นั่งสมุหราชองครักษ์ก็ดีต้องรีบลงจากรถโดยเร็ว เพื่อเข้าแถวรับเสด็จให้แล้วเสร็จก่อนเสด็จลงจากรถพระที่นั่งและถ้ารถพระที่นั่งจำต้องเคลื่อนที่ช้ามากในหมู่ชน หรือต้องหยุดลง
แห่งใดชั่วคราวก็ดี ราชองครักษ์ที่ตามเสด็จต้องรีบลงจากรถไปยังรถพระที่นั่งอยู่ในรูปแซงเสด็จข้างละ ๑ นาย ตรงกับดุมล้อคู่หลังห่างจากรถพระที่นั่ง ๒ ถึง ๓ ก้าว แล้วจะควรแก่รถ
ขนาดนั้นๆ สมุหราชองครักษ์ไม่ต้องลงจากรถพระที่นั่ง
ข้อ ๔๑ การตามเสด็จ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยม้าพระที่นั่งนั้นได้กล่าวในข้อ ๒๒ และข้อ ๒๓ แล้ว ถ้าบางคราวที่เสด็จลงจากม้าพระที่นั่งในเมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่รับม้า
พระที่นั่งราชองครักษ์อาวุโส ต้องฝากม้าไว้กับผู้อื่นและรีบรับม้าพระที่นั่ง ในโอกาสที่ลงจากม้านี้ราชองครักษ์ต้องตามหรือแซงเสด็จ เพื่อป้องกันรักษาพระองค์ต่อไปตามควรแก่สถานที่
ข้อ ๔๒ รถไฟพระที่นั่งนั้นโดยปกติจัดเป็นขบวนพิเศษและเฉพาะรถพระที่นั่งมีรถพระบรรทมหลังหนึ่ง และรถท้องพระโรงหลังหนึ่งพ่วงติดกัน รถท้องพระโรงอยู่หน้าข้างหน้า
และหลังรถพระที่นั่งมีรถข้าราชบริพารที่ตามเสด็จในขบวน ถ้าเจ้าหน้าที่ได้จัดรถตามที่กล่าวนี้แล้วสมุหราชองครักษ์โดยเสด็จในท้องพระโรงถ้าจำเป็นต้องหลับนอนจึงนอนที่รถนอน
ซึ่งจัดไว้ให้ในเมื่อเข้าที่บรรทมแล้ว ส่วนราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์นั่งในรถราชบริพารที่ติดอยู่กับรถพระที่นั่ง ส่วนราชองครักษ์ที่มิได้เป็นเวรประจำพระองค์นั่งรถคันหน้ารถ
พระที่นั่งหรือคันใดคันหนึ่งที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจัดให้ หรืออาจล่วงหน้าไปรับเสด็จก่อนก็ได้
ข้อ ๔๓ ราชองครักษ์ที่ไปในขบวนรถไฟพระที่นั่งทุกนายต้องเข้าแถวส่งเสด็จอยู่ในที่ใกล้ที่ประทับด้านสถานีอยู่จนกว่าจะถึงเวลาใกล้ที่จะมีสัญญาณเคลื่อนขบวนรถ
จึงไปขึ้นรถตามที่ และเมื่อรถหยุดในที่ๆ จะเสด็จลงจึงไปเข้าแถวรับเสด็จยังอัฒจันทร์รถพระที่นั่ง ถ้ามีการแซงก็แซงเสด็จต่อไป สมุหราชองครักษ์ตามเสด็จทั้งขณะเสด็จขึ้นและเสด็จลง
ข้อ ๔๔ ถ้ารถไฟพระที่นั่งหยุดในระหว่างทางชั่วขณะราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์ ๒ นาย ต้องรีบลงจากรถยืน ๒ ข้างพระบัญชรช่องที่ประทับทางด้านสถานีหันหน้า
เข้าหากัน ถ้าที่หยุดนั้นไม่มีสถานีก็ต้องยืน ๒ ข้างรถพระที่นั่งข้างละนายตรงกับที่ประทับหันหน้าเข้าหารถพระที่นั่งเพื่อเป็นพระเกียรติยศและป้องกันรักษาพระองค์ ขึ้นรถเมื่อใกล้จะถึง
เวลาสัญญาณเคลื่อนขบวน
ข้อ ๔๕ ถ้าการเสด็จนั้นเป็นการแรมคืนในรถไฟจะต้องมีราชองครักษ์เข้าเวรประจำพระองค์ตลอดเวลาเช่นเดียวกับในที่ประทับด้วย
ข้อ ๔๖ การตามเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือแจว เรือพายธรรมดาหรือเรือกรรเชียง สมุหราชองครักษ์โดยเสด็จในเรือพระที่นั่งลงหรือขึ้นจากเรือเมื่อเสด็จ
ลงหรือขึ้นเสร็จแล้ว ราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์หรือราชองครักษ์อื่นๆ ตามเสด็จในเรือกระบวนหรือเรือนำแต่ถ้าการเสด็จพระราชดำเนินนั้นเป็นการเสด็จประพาสในที่ใกล้
พระราชฐาน เช่นที่เคยประพาสที่พระราชวังบางปะอิน เป็นต้น สมุหราชองครักษ์โดยเสด็จในเรือพระที่นั่ง หรือเรือตาม ราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์ตามเสด็จในเรือกระบวน
ข้อ ๔๗ การตามเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งที่มีเรือใช้จักรจูง สมุหราชองครักษ์โดยเสด็จในเรือพระที่นั่ง การลงเรือหรือขึ้นจากเรือปฏิบัติตามข้อ ๔๖
ราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์ ๒ นาย ลงเรือจักรที่จูงเรือพระที่นั่ง หรือในเรือพ่วงลำที่ใกล้ชิดกับเรือพระที่นั่ง การลงเรือนั้นถ้าสามารถส่งเสด็จได้ก่อนก็ต้องส่งเสด็จก่อนจึงลงเรือแต่ถ้าการกระทำดังนั้นไม่สะดวกจะต้องจัดราชองครักษ์สำหรับส่งเสด็จต่างหาก การขึ้นจากเรือถ้าสามารถขึ้นมา
รับเสด็จได้ก่อนก็ต้องขึ้นก่อน ถ้าไม่สะดวกต้องจัดราชองครักษ์รับเสด็จต่างหาก ราชองครักษ์ที่มิได้เป็นเวรประจำพระองค์ให้ไปในกระบวนเรือหน้า หรือหลังกระบวนเรือพระที่นั่งหรือ
จะล่วงหน้าไปรับเสด็จก็แล้วแต่สมควร
ข้อ ๔๘ การตามเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือยนต์หรือเรือกลขนาดย่อม สมุหราชองครักษ์โดยเสด็จในเรือพระที่นั่ง การขึ้นลงเรือปฏิบัติตามข้อ ๔๖ ราชองครักษ์
ที่เป็นเวรประจำพระองค์ ๒ นาย ส่งเสด็จแล้วจึงไปลงเรือพระที่นั่งรอง การขึ้นจากเรือนั้นถ้าสามารถเทียบเท่าอื่นได้ก่อนเรือพระที่นั่งเทียบเท่า ก็ต้องรีบขึ้นจากเรือมารับเสด็จด้วยถ้าการ
เสด็จคราวนั้นมีเรือประตูก็อาจจัดราชองครักษ์อื่นๆ ลงเรือประตูอีกด้วยแล้วแต่จะเห็นสมควร
ข้อ ๔๙ การตามเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือยนต์ หรือเรือกลขนาดใหญ่ที่อาจใช้เป็นเรือที่พระบรรทมด้วยนั้น สมุหราชองครักษ์โดยเสด็จในเรือพระที่นั่ง
ราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์ ๒ นาย อาจโดยเสด็จในเรือพระที่นั่งหรือตามเสด็จในเรือพระที่นั่งรองแล้วแต่จะสมควรแก่กาล และขนาดของเรือพระที่นั่งนั้นๆ วิธีการขึ้นลงเรือ
พระที่นั่ง สำหรับสมุหราชองครักษ์ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ ๔๖ ส่วนราชองรักษ์ที่ตามเสด็จตามเสด็จลง แต่เวลาขึ้นต้องขึ้นจากเรือและตั้งแถวรับเสด็จก่อน
ข้อ ๕๐ การตามเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งแจวพายในขบวนพยุหยาตราน้อยพยุหยาตราใหญ่นั้น สมุหราชองครักษ์โดยเสด็จในเรือพระที่นั่ง
นั่งตรงหน้าที่ประทับเบื้องซ้าย การขึ้นลงเรือปฏิบัติตามข้อ ๔๖ ราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์ส่งเสด็จเพียงท่าที่เสด็จลง และให้คอยรับเสด็จ ณ ท่าที่จะเสด็จขึ้น ในเมื่อเสด็จกลับ
ไม่ต้องตามเสด็จในกระบวนเสด็จ ส่วนการรับเสด็จตามเสด็จและแซงเสด็จในที่ที่เสด็จไปแต่ละแห่งนั้น จัดราชองครักษ์ปฏิบัติหน้าที่อีกต่างหาก
ข้อ ๕๑ การตามเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนินตรวจราชการทหารในเวลาปกตินั้น สมุหราชองครักษ์ต้องตามเสด็จเสมอ และราชองครักษ์ประจำที่เป็นเวรประจำพระองค์
๑ นาย ตามเสด็จด้วย ส่วน
ราชองครักษ์นอกนั้นไม่ต้องตามเสด็จ
 

 
การเชิญธง

ข้อ ๕๒ ราชองครักษ์จะต้องเชิญธงพระอิสริยยศและธงหมายยศหรือตำแหน่งประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำหรือตามเสด็จแล้วแต่ชนิดของธงตามที่
สำนักพระราชวัง หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารจะได้กำหนดให้แล้วแต่กรณี
ข้อ ๕๓ ธงมหาราช สำหรับเชิญตามเสด็จพระราชดำเนินในการตรวจพลสวนสนาม หรือเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการประลองยุทธ
ธงจอมทัพ สำหรับเชิญตามเสด็จพระราชดำเนินในการสงครามหรือเสด็จพระราชดำเนินประลองยุทธทางบก
ธงชัยราชกระบี่ยุทธ์ ธงชัยพระครุฑพ่าห์สำหรับเชิญนำเสด็จพระราชดำเนินหรืเชิญประจำอยู่หน้าที่ประทับในงานพระราชพิธีที่เสด็จโดยกระบวนพระราชอิสริยยศ
หรือกระบวนรถม้าพระที่นั่งที่เสด็จในพระราชพิธีที่แต่งเต็มยศ หรือแล้วแต่สำนักพระราชวังจะเห็นควร ธงคู่นี้แบ่งเป็น ๒ ชนิด คือ ธงใหญ่ และธงน้อย ธงใหญ่ใช้เชิญในเวลาเสด็จ
กระบวนราบใหญ่ และกระบวนพยุหยาตราใหญ่ นอกจากนั้นใช้ธงน้อย
ข้อ ๕๔ การเชิญธงมหาราช หรือ ธงจอมทัพนั้น ปฏิบัติดังนี้
เสด็จโดยรถพระที่นั่ง ผู้เชิญธงขี่ม้าเชิญธงตามเสด็จตรงกึ่งกลางท้ายรถพระที่นั่งห่างจากรถพระที่นั่งประมาณ ๓ ก้าว
เสด็จโดยม้าพระที่นั่ง ผู้เชิญธงขี่ม้าเชิญธงตามเสด็จตรงกับม้าพระที่นั่ง ห่างจากท้ายม้าพระที่นั่งประมาณ ๖ ก้าว
เสด็จพระราชดำเนินโดยพระบาท ผู้เชิญธงเชิญธงเดินตามเสด็จห่างจากพระองค์เบื้องหลังพระปฤษฎางค์ประมาณ ๓ ก้าว ซึ่งเสมอกับสมุหราชองครักษ์ สมุหราชองครักษ์
อยู่ทางซ้าย
เสด็จประทับพลับพลา เช่น พลับพลาประทับร้อน หรือพลับพลาทรงรับการสวนสนาม และที่พลับพลามิได้ชักธงมหาราช ผู้เชิญธงขี่ม้าเชิญธงหรือยืนเชิญธงตามอาการเดิม
แล้วแต่กรณี ประจำอยู่ที่ข้างขวาพลับพลาห่างจากพลับพลา ๓ ก้าว หันหน้าไปทางพลับพลา
ข้อ ๕๕ การเชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ์ และธงชัยพระครุฑพ่าห์นั้นต้องเชิญคู่กัน ธงชัยพระครุฑพ่าห์อยู่เบื้องขวา ธงชัยราชกระบี่ยุทธ์อยู่เบื้องซ้าย หากเปลี่ยนทางเสด็จ
หรือเปลี่ยนที่ประทับ ซึ่งทำให้ธงอยู่ผิดขวาผิดซ้ายไป ก็ต้องเชิญเปลี่ยนที่ให้ถูกต้องโดยเหมาะสมกับโอกาส การเชิญให้ปฏิบัติดังนี้
เสด็จพระราชดำเนินโดยรถม้าพระที่นั่ง ผู้เชิญธงขี่ม้านำเสด็จห่างจากหน้าม้าเทียมรถพระที่นั่งประมาณ ๖ ก้าว ระยะเคียงระหว่างผู้เชิญธงประมาณ ๖ ก้าว
เสด็จพระราชดำเนินโดยพระราชยาน ผู้เชิญธงเดินนำเสด็จห่างจากหัวคานหน้าประมาณ ๖ ก้าว ระยะเคียงนั้นถือเท่ากับระยะห่างของแนวคู่เคียง
เสด็จพระราชดำเนินโดยลาดพระบาท ผู้เชิญธงเดินนำเสด็จห่างจากพระองค์ประมาณ ๔ ก้าวระยะเคียงระหว่างผู้เชิญธงประมาณ ๔ ก้าว ถ้าสถานที่บังคับก็อาจลดระยะเคียง
ลงเท่าที่บังคับ
เสด็จประทับพลับพลา ผู้เชิญธงยืนหน้าพลับพลาชั้นพื้นดินห่างจากพลับพลาประมาณ ๒ ก้าว หันหน้าเข้าหากัน ห่างกันแล้วรูปร่างของพลับพลาโดยปกติถือเสาคู่อยู่ชิดท
ี่ประทับ หรือมุขหน้าของพลับพลาเป็นเกณฑ์
เสด็จประทับในพระที่นั่งหรือพระอุโบสถ ผู้เชิญธงยืนหน้าพระทวารพระที่นั่ง หรือประตูพระอุโบสถพียงที่แถวแซงเสด็จของราชองครักษ์แซงมาหยุด ณ ที่นั้นระยะห่างกัน
เท่าความกว้างของพระทวารหรือประตู หรือบันไดของประตู หรือบันไดของประตูนั้น ๆ แล้วแต่กรณีหันหน้าเข้าหากัน
ข้อ ๕๖ วิธีเชิญธงบนหลังม้า ผู้เชิญธงต้องเสียบต้นคันธงลงในเครื่องรองรับซึ่งติดอยู่ที่โกลนข้างขวาด้านนอกให้เรียบร้อยก่อนจะขึ้นม้าแขนขวาสอดในห่วงคล้องแขน
มือขวากำรอบคันธง สูงกว่าแนวบ่าพอให้แขนงอเล็กน้อยให้ธงตั้งตรง ถ้าธงที่เชิญนั้นมี ๒ ธงคู่กัน ผู้เชิญธงต้องขึ้นม้าลงม้าพร้อมกัน คนอยู่ทางขวาเป็นผู้นำต้องเสมอแนวกันทั้งเวลา
อยู่กับที่และเคลื่อนที่ต้องขึ้นมาให้เสร็จก่อนเสด็จมาถึงขบวน และลงจากม้าเมื่อเสด็จจากขบวนไปแล้ว การนั่งม้าต้องนั่งท่าองอาจ และห้ามการขี่ม้าโดยวิธียกกันเมื่อวิ่งเรียบ
ข้อ ๕๗ วิธีเชิญธงอยู่กับที่ ผู้เชิญธงต้องยืนในท่าตรงมือขวาจับคันธง ให้นิ้วแม่มืออยู่ด้านใน นิ้วอื่น ๆ อยู่ด้านนอก เหยียดแขนขวาลงตามคันธง งอข้อศอกเล็กน้อย
ต้นคันธงอยู่ตรงปลายนิ้วก้อยเท้าขวา คันธงอยู่ที่ร่องไหล่ขวา แขนซ้ายโดยปกติอยู่ในท่าตรง เว้นแต่จะต้องช่วยพยุงธงในเมื่อจำเป็นจะต้องเคลื่อนไหวจึงจับคันธงในระดับราวนม
ข้อ ๕๘ วิธีเชิญธงในเวลาเดิน ผู้เชิญธงต้องยกมือซ้ายมาจับคันธงแล้วยกธงขึ้นให้พ้นพื้น สูงประมาณ ๑ คีบ ให้มือซ้ายอยู่เสมอราวนมใช้มือทั้ง ๒ จับธงให้แน่น ระวังให
้ธงตั้งตรงอยู่ในรูปเดิมแล้วจึงออกเดินถ้าธงที่เชิญนั้นมี ๒ ธงคู่กัน เช่น ธงชัยราชกระบี่ยุทธ์และธงชัยพระครุฑพ่าห์ เป็นต้น ผู้เชิญธงทุกนายจะต้องเดินพร้อมกัน หยุดพร้อมกัน
เสมอแนวกัน คนอยู่ขวาสุดเป็นผู้นำ เมื่อหยุดลงจะต้องกระทำอย่างเชิญธงอยู่กับที่ทุกประการ
ธงชัยราชกระบี่ยุทธ์ และธงชัยพระครุฑพ่าห์นั้นถ้าเชิญเดินนำเสด็จไปถึงที่หยุดซึ่งจะต้องส่งเสด็จ ให้ผู้เชิญธงหยุดและหันเข้าหากัน เพื่อให้เสด็จผ่านระหว่างธงทั้งสอง
ถ้าเชิญบนหลังม้าต้องหยุด แล้วชักม้าเลี้ยวกลับหลังมาในทางเสด็จ
ก่อนจะเชิญธงด้วยการเดิน ผู้เชิญธงจะต้องคาดกระบี่ให้มั่นคงไม่เกะกะ เวลาเชิญธงเดินแม้ขึ้นลงบันได
ข้อ ๕๙ การเชิญธงนำหรือตามเสด็จด้วยการขี่ม้าและถ้าจะต้องเชิญนำหรือตามเสด็จเมื่อเสด็จโดยพระบาทต่อไปอีกก็ดี หรือเชิญนำหรือตามเสด็จเมื่อเสด็จโดยพระบาทแล้วจะต้องนำหรือตามเสด็จต่อไปด้วยการขี่ม้าก็ดีจะต้องจัดราชองครักษ์เป็น ๒ พวกคือ สำหรับเชิญเวลาขี่ม้าพวกหนึ่ง และสำหรับเชิญเวลาเดินอีกพวกหนึ่งผู้เชิญสำหรับเวลาเดินต้องรีบรับธงจากผู้ขี่ม้าเชิญมาถึงที่หยุด หรือรับส่งธงให้ผู้ขี่ม้าซึ่งประจำที่อยู่ในขบวน ในเมื่อส่งเสด็จแล้วการเข้าไปรับธง
จากผู้ขี่ม้าก็ดี การส่งธงให้ผู้ขี่ม้าก็ดี ต้องระมัดระวังอย่าให้ม้าตื่นเสียแถว ซึ่งทำให้เสียระเบียบได้
ข้อ ๖๐ โดยปกติธงที่นำหรือตามเสด็จ จะรับเสด็จจากที่ใดหรือส่งเสด็จถึงที่ใดนั้น พึงถือหลักว่าราชองครักษ์ต้องรับหรือส่งเสด็จที่ใด การเชิญธงก็รับเสด็จและส่งเสด็จ
เพียงนั้น
การคอยรับเสด็จไม่ควรที่จะเชิญธงเข้าที่เตรียมรับเสด็จนานเกินควร ถ้าจะกระทำควรพักไว้ในสถานที่ใกล้ ๆ ที่ลับตา หรือมิฉะนั้นก็รวมไว้กับพระกรดที่ภูษามาลานำมา
เตรียมรับเสด็จ และนำออกมารับเสด็จในโอกาสเดียวกัน
ถ้าเป็นการจำเป็นจะต้องเชิญธงมาเตรียบรับเสด็จ หรือเชิญไปที่ใดหลังจากส่งเสด็จแล้วด้วยอาการเปิดเผยก็ต้องเชิญไปด้วยความสง่าผ่าเผยโดยอนุโลมตามที่กล่าวมาแล้ว
ธงชัยราชกระบี่ยุทธ์ ธงชัยพระครุฑพ่าห์ที่เชิญนำเสด็จในกระบวนพระราชอิสริยยศนั้น ถ้าเมื่อได้ส่งเสด็จยังที่ใดที่หนึ่งที่ไม่เสด็จโดยกระบวนพระราชอิสริยยศอีก
ถ้าแม้จะเสด็จจากที่นั้นต่อไปด้วยกระบวนอื่น ก็เป็นอัญเชิญกลับได้ในเมื่อส่งเสด็จเข้าในสถานที่นั้นแล้ว
ข้อ ๖๑ การเชิญธงที่ต้องเชิญด้วยวิธีเดินในระยะใกล้ต้องจัดผู้เชิญธงคู่เพื่อผลัดเปลี่ยนกันในเวลาเดิน แต่เมื่อหยุดอยู่กับที่แล้วคงมีผู้เชิญธงคนเดียว สำหรับธงชัย
ราชกระบี่ยุทธ์ใหญ่ และธงชัยพระครุฑพ่าห์ใหญ่จะต้องจัดผู้เชิญธงคู่เสมอ เว้นแต่เวลาอยู่กับที่คงมีผู้เชิญธงคนเดียว
ข้อ ๖๒ การเปลี่ยนผู้เชิญธงเวลาอยู่กับที่นั้น ให้ผู้เชิญธงคนใหม่เดินไปหยุดตรงหน้าผู้เชิญธงคนเก่า ห่างประมาณ ๒ ก้าว หันหน้าไปทางที่ประทับกระทำวันทยาหัตถ์
ลดมือลงแล้วหันไปหาธงกระทำวันทยาหัตถ์ธง และลงมือลงแล้วเข้าไปยืนเคียงข้างซ้ายของผู้เชิญธงคนเก่า แล้วกลับหลังหันให้หันหน้าไปทางเดียวกัน ผู้เชิญธงคนเก่าส่งธง
ผ่านไปทางซ้าย ผู้เชิญธงคนใหม่รับธงมาไว้ในท่าตรงต่อไป ระวังให้ธงตั้งตรงเสมอ เมื่อส่งแล้วผู้เชิญธงคนเก่าก้าวไปข้างหน้า ๒ ก้าว ให้ผู้เชิญธงคนใหม่ก้าวมาทางขวาแทนที่นั้น
ผู้เชิญธงคนเก่ากลับหลังหันกระทำวันทยาหัตถ์ธง และลดมือลงแล้วหันไปทางที่ประทำกระทัวันทยาหัตถ์แล้วลดมือลงหันไปทางที่จะเดินกลับแล้วจึงออกเดินกลับไปยังทางที่จะพัก
การเปลี่ยนผู้เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ์ และธงชัยพระครุฑพ่าห์นั้นต้องพยายามกระทำให้พร้อมกันและเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งเดินเข้าไปเปลี่ยนและเดินกลับ
ข้อ ๖๓ การเปลี่ยนผู้เชิญธงเวลาเดินนั้นให้ผู้เชิญธงส่งธงให้ผู้ที่เดินเคียงไปข้างข้างนั้นด้วยการระมัคระวังอย่าให้ธงโอนเอียงได้
และกระทำในขณะเดินนั้นเองทั้งผู้รับและผู้ส่งคงเดินต่อไปโดยปกติ
ถ้ามีธง ๒ ธงเชิญคู่กัน การเปลี่ยนผู้เชิญธงต้องกระทำพร้องกันด้วย
ข้อ ๖๔ ธงต่าง ๆ ที่ราชองครักษ์เชิญนี้ ไม่ต้องทำการเคารพด้วยธงประการใด และจะต้องให้ท่าทางองอาจ ระมัดระวังมิให้เกิดอันตรายแก่ธงได้เป็นอันขาด ทั้งต้อง
ไม่ให้ผืนธงม้วนพันคันธง ถ้าเป็นธงชัยราชกระบี่ยุทธ์ใหญ่และธงชัยพระครุฑพ่าห์ใหญ่ต้องให้รูปครุฑและรูปกระบี่อยู่ด้านหน้า ทั้งต้องระวังมิให้ผืนธงหันเหียนไปไม่เป็นระเบียบ
 

 
การเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

ข้อ ๖๕ เมื่อมีงานพระราชพิธีหรือรัฐพิธีในหรือนอกพระราชฐานราชองครักษ์ประจำมีหน้าที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในงานนั้น โดยปกติมีตำแหน่งเฝ้าในหมู่ข้าราชการ
ในพระองค์ แต่บางสถานที่ได้กำหนดไว้เป็นหลักตามที่เคยปฏิบัติมาซึ่งจะได้กล่าวต่อไป สมุหราชองครักษ์โดยปกติเฝ้าในหมู่ข้าราชการผู้ใหญ่ฝ่ายทหารตามฐานะ แต่บางครั้งเฝ้าตาม
ตำแหน่งที่จะกล่าวต่อไป
สำหรับราชองครักษ์ประเภทอื่น ๆ ซึ่งเป็นเวรประจำพระองค์เฝ้ารวมกับราชองครักษ์ประจำ ส่วนผู้มิได้เป็นเวรปฏิบัติหน้าที่นั้น สำหรับงานในพระราชฐานควรจะได้เข้า
เฝ้าเสมอ และคงเฝ้าในหมู่ข้าราชการตามสังกัดและลำดับผู้ใหญ่ผู้น้อย ถ้าเป็นงานนอกพระราชฐานคงเฝ้าเฉพาะงานที่มีตำแหน่งที่เฝ้า หรือตามแต่สมควร
ข้อ ๖๖ ในเวลาเสด็จพระราชดำเนินต่างจังหวัดผ่านท้องถิ่นใดหรือเสด็จประทับแรม ณ ท้องถิ่นใดราชองครักษ์ทุกประเภทที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นนั้น ๆ มีหน้าที่เฝ้า
ทูลละออกธุลีพระบาท ในระยะทางเสด็จแห่งใดแห่งหนึ่งในท้องถิ่นนั้น เว้นแต่ราชองครักษ์ผู้นั้นจะต้องมีหน้าที่เฝ้า หรือรับเสด็จตามหน้าที่ราชการอย่างอื่นก็คงเฝ้าหรือรับเสด็จ
ตามหน้าที่
ข้อ ๖๗ ตำแหน่งที่เฝ้าในพระราชฐานของสมุหราชองครักษ์และราชองครักษ์ประจำที่เป็นระเบียบปฏิบัติมานั้น พึงถือเป็นแบบอย่างได้ดังนี้
พระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัย
ก. เสด็จออก ประทับพระแท่นเศวตฉัตร์ทรงรับคำถวายพระพรไชยมงคล ราชองครักษ์ประจำเข้าแถวเฝ้าในพระวิสูตรเบื้องขวาที่ประทับในช่องระหว่างเสา หันหน้าเข้าหา
ที่ประทับ สมุหราชองครักษ์ยืนเฝ้าทางเบื้องซ้ายพระแท่นเศวตฉัตร์ หันหน้าไปทางเดียวกับที่ประทับ
ข. เสด็จออกพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลราชองครักษ์ประจำผลัดเปลี่ยนกันยืนเฝ้าข้างขวาที่ประทับตรงหน้าลับแลพระทวารด้านตะวันออก ๑ หรือ ๒ นายถ้าที่นั้น
ไม่เหมาะที่จะยืนได้เพราะเหตุใด ๆ ก็ให้ยืนเฝ้าตามหมายอักษร ก. สมุหราชองครักษ์เฝ้าในหมู่ข้าราชการผู้ใหญ่ฝ่ายทหาร หรือในหมู่ข้าราชการในพระองค์
ค. เสด็จสรงมุรธาภิเศก ราชองครักษ์ประจำเข้าแถวเฝ้าที่ชาลาพระที่นั่งด้านตะวันออก หันหน้าเข้าหาพระที่นั่งราชฤดีปีกขวาเสมอริมข้างเหนือของพระทวารแรกที่ตรง
กับพระที่นั่งราชฤดี สมุหราชองครักษ์ยืนหน้าแถวราชองครักษ์ประจำ
พระที่นั่งจักรีมหาประสาท
ก. เสด็จออกรับทูตต่างประเทศเฝ้าถวายพระราชสาส์นหรืออักษรสาส์นตราตั้ง หรือทูตพิเศษเฝ้า ณ ห้องพระโรงกลางราชองครักษ์ ๔ นายยืนเป็นแถวหน้ากระดานต่อ
กับแถวคณะกรรมการพระราชสำนัก ให้แล้วเสร็จก่อนเสด็จออกสมุหราชองครักษ์ตามเสด็จ และเมื่อถึงท้องพระโรงที่จะทรงรับทูตแล้วเป็นผู้รับพระบรมราชโองการไปแจ้ง
สมุหราชมณเฑียรเบิกคณะทูตเข้าเฝ้า แล้วกลับมายืนที่หัวแถวคณะกรรมการพระราชสำนัก
ข. เสด็จออกรับคณะทูตานุทูตต่างประเทศเข้าเฝ้าทูลละออกธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องพระโรงกลาง ราชองครักษ์ประจำปฏิบัติตามหมายอักษร ก. สมุหราชองครักษ์ตามเสด็จออกมาจากท้องพระโรงหลังแล้วเข้ายืนตามที่ในหมายอักษร ก.
ค. ในงานพระราชพิธีอื่น ๆ เช่น การบำเพ็ญพระราชกุศล ณ ท้องพระโรงกลาง ราชองครักษ์ประจำผลัดเปลี่ยนกันยืนเฝ้าเบื้องขวาที่ประทับ ๑ หรือ ๒ นายถ้าที่เฝ้าแน่นไม่เหมาะแก่การจะยืนเฝ้าได้ก็นั่งเฝ้ารวมกันทั้งหมดหลังข้าราชการริมพระทวารใหญ่ ถ้าที่ไม่พอราชองครักษ์ที่มิได้เป็นเวรประจำพระองค์ออกมาอยู่ ณ ท้องพระโรง
หน้าสมุหราชองครักษ์นั่งในหมู่ข้าราชการฝ่ายทหาร
พระที่นั่งดุสิตมหาประสาท
ก. งานพระราชพิธีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับบนพระแท่นเศวตฉัตร์ ราชองครักษ์ประจำทั้งหมดยืนเข้าแถวเผ้าทางมุขใต้เบื้องซ้ายที่ประทับหันหน้าไปทางเดียวกับที่
ประทับสมุหราชองครักษ์ยืนเฝ้าเบื้องซ้ายพระแท่นเศวตฉัตร์ หันหน้าไปทางเดียวกับที่ประทับ
ข. งานพระราชพิธีที่ทอดพระราชอาสนหน้าพระแท่นเศวตฉัตร์และข้าราชการยืนเฝ้า ราชองครักษ์ประจำยืนเฝ้าตามที่กล่าวในหมายอักษร ก. สมุหราชองครักษ์ยืนหน้าแถว
ราชองครักษ์
ค. งานบำเพ็ญพระราชกุศล ซึ่งทอดพระราชอาสนที่มุมระหว่างมุขตะวันออกกับมุขใต้ ราชองครักษ์ประจำผลัดเปลี่ยนกันยืนเฝ้าใกล้พระทวารใต้ของมุขด้านตะวันออก ๑ หรือ
๒ นาย สมุหราชองครักษ์นั่งเฝ้าในหมู่ข้าราชการในพระองค์ หรือตามตำแหน่งเฝ้าของข้าราชการฝ่ายทหาร
พระที่นั่งไพศาลทักษิณ
ถ้าที่เฝ้าของราชองครักษ์ประจำอยู่ที่ชั้นลดด้านตะวันตกราชองครักษ์ประจำผลัดเปลี่ยนกันยืนเฝ้าหลักเก้าอี้ที่ประทับพระบรมวงศานิวงศ์ หรือทางขวาแนวหลังเก้าอี้พระบรมวงศานุวงศ
์แล้วแต่จะสมควร สมุหราชองครักษ์เฝ้าในหมู่ข้าราชการในพระองค์
แต่ถ้าที่เฝ้าของราชองครักษ์ประจำอยู่ที่ชั้นลดด้านตะวันออก ก็ให้ยืนเบื้องขวาที่ประทับแนวหลังพระที่นั่งอัฐทิศ
พระที่นั่งอนันตสมาคม
ก. ในรัฐพิธีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับบนพระแท่นเศวตฉัตร์ภายในพระวิสูตรเบื้องขวาที่ประทับหันหน้าไปทางเดียวกับที่ประทับสมุหราชองครักษ์ยืนหน้าแถว
ราชองครักษ์
ข. ในรัฐพิธีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้เสด็จออกในพระวิสูตร สมุหราชองครักษ์และราชองครักษ์ประจำนั่งเฝ้าในหมู่ข้าราชการในพระองค์
ข้อ ๖๘ การเฝ้านอกพระราชฐาน จะเป็นงานพระราชพิธีหรืองานของหน่วยราชการ หรืองานที่จัดขึ้น ณ ที่ใด ๆ สมุหราชองครักษ์และราชองครักษ์ประจำนั่งรวม
กับข้าราชการในพระองค์ หรือที่ใดที่หนึ่งซึ่งเจ้าสำนักจัดไว้ แต่ถ้าที่นั่งนั้นห่างไกลหรือไม่สามารถแลเห็นพระองค์ได้สะดวก ต้องจัดราชองครักษ์ประจำผลัดเปลี่ยนกันยืนเฝ้า
ณ ที่อันควร ๑ หรือ ๒ นาย
้อ ๖๙ การเสด็จวังพระบรมวงศานุวงศ์ หรือผู้ที่ทรงคุ้นเคยเป็นส่วนพระองค์ ในการเฝ้าของสมุหราชองครักษ์ประจำพระองค์คงอยู่ในที่ที่สมควรเฉพาะแห่งนั้น ๆ
ข้อ ๗๐ เมื่อมีพระบรมศพหรือพระบรมอัฏฐิประดิษฐาน ณ มุขตะวันตกของพระที่นั่งดุสิตมหาประสาท ต้องจัดราชองครักษ์ ๒ นาย ผลัดเปลี่ยนกันยืนเฝ้าเป็นพระเกียรติยศเฉพาะเวลาที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเบื้องขวาและซ้ายพระศพล้ำมาตอนหน้านอกแนวยามประดับพระเกียรติยศหันหน้าเข้าหากันถอดหมวก
ถือไว้
ข้อ ๗๑ ในเวลาเสด็จพระราชดำเนินทรงตรวจพลสวนสนามราชองครักษ์ทุกประเภทนอกจากที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในงานนั้นตามคำสั่งควรจะได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในงานนั้นโดยไม่ต้องรับเชิญเป็นหน้าที่สมุหราชองครักษ์แจ้งให้ราชองครักษ
์ทราบกำหนดตำแหน่งที่เฝ้าคงอยู่ในที่ข้าราชการทหารตามลำดับอาวุโส
ส่วนราชองครักษ์ที่นำเสด็จแซงและตามเสด็จในกระบวนเสด็จตรวจพลสวนสนาม ต้องยืนหรือขี่ม้าต้องแถวหน้ากระดานสองแถว หันหน้าไปทางที่กองทหารเดินผ่านที่ประทับจะควร
อยู่ขวาหรือซ้ายหรือหลังที่ประทับแล้วแต่จะเหมาะแก่สถานที่ สมุหราชองครักษ์อยู่ในที่อันควรของโอกาสนั้น
 

 
การรับพระบรมราชโองการ

ข้อ ๗๒ การรับพระบรมราชโองการให้กระทำการแทนพระองค์หรือกระทำการใด ๆ หรือเชิญกระแสพระบรมราชโองการไปสั่งการแก่ผู้ใดนั้น ตามปกติเป็นหน้าที่
ของสมุหราชองครักษ์จะต้องปฏิบัติ แต่ถ้ามีพระราชประสงค์เพียงราชองครักษ์ไม่เจาะจงเฉพาะผู้ใด ก็ให้ราชองครักษ์ผู้อาวุโสสูงสุด ณ ที่นั้นเป็นผู้ปฏิบัติ เว้นแต่จะได้มีพระราช
ประสงค์เพาะผู้ใดก็ให้ผู้นั้นเป็นผู้ปฏิบัติ
ในกรณีที่ราชองครักษ์ปฏิบัติการตามพระราชโองการประการใดแล้วนั้น จะต้องรายงานให้ สมุหราชองครักษ์ทราบในเวลาสมควร เว้นแต่ในกรณีที่มีพระราชประสงค์มิให้แพร่งพรายในเวลาที่กระทำนั้นต้องรักษาเป็นความลับตามพระราชประสงค์
ข้อ ๗๓ ราชองครักษ์ผู้ได้รับพระบรมราชโองการแล้ว ต้องพยายามปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ และสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีที่สุดเท่าที่จะกระทำได้
ถ้ามีเหตุขัดข้องประการใดต้องกราบบังคมทูลเรียนพระราชปฏิบัติทันที และเมื่อสำเร็จกิจที่กระทำแล้วต้องกราบบังคมทูลถึงผลที่กระทำให้ทราบฝ่าละออกธุลีพระบาททุกครั้ง
ข้อ ๗๔ ในวันชาติพระเจ้าแผ่นดินต่างประเทศ หรือวันที่ระลึกของชาติใดที่มีทูตประจำในประเทศไทย แม้ขณะนั้นตัวผู้เป็นทูตจะไม่อยู่ในประเทศไทย ถ้าเป็นการสมควรราชเลขาธิการจะได้เชิญพระบรมราชโองการมายังกรมราชองครักษ์ให้จัดการไปเยี่ยมคำนับแทนพระองค์ ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของสมุหราชองครักษ์ ถ้าคราวใด
สมุหราชองครักษ์ไม่สามารถจะปฏิบัติการได้ ก็ให้จัดราชองครักษ์ผู้ใดผู้หนึ่งที่รู้ภาษาต่างประเทศที่เหมาะสมไปแทน
ข้อ ๗๕ การไปแทนพระองค์ในการเยี่ยมคำนับดังกล่าวในข้อ ๗๔ หรือในการอื่น ๆ นั้น สำนักราชเลขาธิการจำจะต้องได้ติดต่อกับกองพิธีการ กระทรวงการต่างประเทศ
ให้ทราบล่วงหน้า เพื่อการนัดหมายกับสถานทูตให้รับรองแล้ว ดังนั้นผู้แทนพระองค์จะต้องปฏิบัติการให้ตรงเวลาแน่นอน และการเดินทางต้องใช้รถยนต์หลวง ซึ่ง กรมราชองครักษ์
จะต้องแจ้งขอไปยังสำนักพระราชวัง การแต่งกายนั้น ถ้า ณ ที่นั้นมีพิธีรับรองก็แต่งแบบเยี่ยมคำนับ หรือถ้าไม่มีพิธีรับรองก็แต่งปกติ
ข้อ ๗๖ เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ไปในงานศพถ้าสมุหราชองครักษ์มิได้ไปแล้วก็จัดราชองครักษ์ประจำผู้ใดผู้หนึ่งไป แล้วแต่จะสมควรใช้รถยนต์หลวง
ซึ่งต้องกระทำดังกล่าวแล้วในข้อ ๗๕ กับต้องรับพวงดอกไม้หรือเครื่องขมาศพ ซึ่งมีเจ้าพนักงานเชิญจากสำนักพระราชวังไปด้วย
ถ้างานศพนั้น ทำพิธีในโบสถ์ตามลัทธิคริสต์ศาสนาผู้ไปแทนพระองค์นั่งหน้าพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการ
 

 
การต้อนรับ

ข้อ ๗๗ เมื่อได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดหรือคณะใดเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเป็นทางราชการ หรือส่วนพระองค์ ทั้งต้องมีราชองครักษ์เป็นผู้รับดัง
จะได้กล่าวในข้อต่อไปแล้ว กรมราชองครักษ์จะได้จัดราชองครักษ์ตามจำนวนที่สมควรเพื่อต้อนรับผู้ที่จะเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทนั้นแต่ถ้าในพระราชฐานที่ประทับและมิได้มี
การรับรองเป็นพิธีการอย่างใดก็อาจให้ราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำอยู่ ณ ที่ประทับในขณะนั้นเป็นผู้ต้อนรับก็ได้
ข้อ ๗๘ โอกาสที่ราชองครักษ์ต้องกระทำหน้าที่ต้อนรับตามระเบียบพิธีการรับรองในพระราชสำนัก คือ
ทูลต่างประเทศเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระราชสาส์นหรืออักษรสาส์นตราตั้ง (คณะทูตเข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคลพร้อมกัน ราชองครักษ์ไม่มีหน้าที่ต้อนรับ)
ทูตต่างประเทศเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เฉพาะพระองค์เป็นทางราชการ หรือเป็นส่วนพระองค์
ชาวต่างประเทศเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
การพระราชทานเลี้ยงเป็นทางราชการ ณ พระที่นั้นที่ประทับ
การพระราชทานเลี้ยงครึ่งราชการ ณ พระที่นั่งที่ประทับ
ข้อ ๗๙ ในการต้อนรับทูตต่างประเทศที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระราชสาส์นหรืออักษรสาส์นตราตั้งนั้น กรมราชองครักษ์จะได้สั่งจัดราชองครักษ
์ซึ่งรู้ภาษาต่างประเทศที่เหมาะสม ๒ นายเป็นผู้ต้อนรับ ราชองครักษ์ผู้ได้รับหน้าที่นี้ต้องไปรออยู่ ณ ท้องพระโรงหน้าก่อนเวลาทูตมาถึง เมื่อเห็นรถทูตแล้วจึงลงจากชั้นบนให้ถึงเชิง
อัฒจันทร์พระที่นั่งพอเหมาะกับรถทูตถึงที่หยุดพอดี เจ้าหน้าที่กองพิธีการกระทรวงการต่างประเทศ ซี่งมาในรถทูตจะได้แนะนำให้ทราบว่าเป็นราชองครักษ์ผู้ต้อนรับต้องกล่าวคำปราศรัยหรือสัมผัสมือด้วยตามมารยาทอันสมควรแล้วพาขึ้นรถพระที่นั่งถึงท้องพระโรงหน้า ณ ที่นั้น
สมุหราชมณเฑียรจะคอยต้อนรับอยู่
เมื่อทูตออกจากที่เฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรืออาจเฝ้าสมเด็จพระบรมราชินี และเมื่อได้พักดื่มพอสมควรแก่เวลาแล้ว สมุหพระราชมณเฑียรจะได้นำทูตออก
มายังท้องพระโรงหน้า ราชองครักษ์ซึ่งมีหน้าที่ต้อนรับต้องนำลงอัฒจันทร์มายังรถแล้วกล่าวคำอำลาหรือสัมผัสมือตามมารยาทที่ควร เมื่อทูตไปแล้วเป็นอันหมดหน้าที่
ข้อ ๘๐ การต้อนรับทูตต่างประเทศเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเฉพาะพระองค์เป็นทางราชการ (Private Audience) ราชองครักษ์ผู้ทำหน้าที่ต้อนรับคงกระทำ
การต้อนรับทำนองเดียวกับที่กล่าวในข้อ ๗๙ มีสิ่งที่ผิดเพี้ยนกันก็คือผู้ต้อนรับที่ท้องพระโรงหน้าจะมีสมุหราชมณเฑียรร่วมกับสมุหราชองครักษ์ เลขาธิการสำนักพระราชวัง
และราชเลขาธิการในเมื่อทูตได้รับการต้องรับจากท่านทั้ง ๔ แล้ว เป็นพ้นหน้าที่ในการต้อนรับสมุหราชองครักษ์เมื่อต้อนรับทูตแล้ว ไม่ต้องนำเข้าเฝ้าคงรออยู่ในท้องพระโรงหน้า
เวลาทูตออกจากที่เฝ้า สมุหราชองครักษ์ต้อนรับแล้วพาส่งให้ราชองครักษ์นำไปส่งที่รถ
ข้อ ๘๑ การต้อนรับทูตต่างประเทศเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเป็นส่วนพระองค์ (Personal Audience) ราชองครักษ์เป็นผู้ต้อนรับจากรถและส่งขึ้นรถเมื่อเวลา
กลับเช่นเดียวกับข้อ ๘๐ แต่ผู้รับรองที่ท้องพระโรงหน้านั้นมีสมุหาราชองครักษ์ผู้เดียวซึ่งมีหน้าที่นำทูตเข้าเฝ้าอีกด้วย
ข้อ ๘๒ การต้อนรับชาวต่างประเทศที่จะเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทนั้น ราชองครักษ์ผู้ทำหน้าที่ต้อนรับต้องไปรับที่รถพาขึ้นท้องพระโรงหน้า ซึ่งมีเจ้าหน้าที่กรมวัง
เป็นผู้ต้อนรับและนำเฝ้า เมื่ออกจากที่เฝ้าแล้วราชองครักษ์ผู้ทำหน้าที่ต้อนรับนำส่งรถดังกล่าวแล้ว
ข้อ ๘๓ การต้อนรับในเมื่อมีการพระราชทางเลี้ยงเป็นทางราชการ ณ พระที่นั่งที่ประทับ ราชองครักษ์ต้องต้อนรับผู้ที่ ได้รับเชิญที่รถแล้วกรมวังเวรจะได้นำผู้รับเชิญ
ไปยังท้องพระโรง สมุหราชองครักษ์เป็นผู้ต้อนรับในท้องพระโรงร่วมกับสมุหพระราชมณเฑียร (และนางสนองพระโอษฐ์) ทั้งเป็นผู้กราบบังคมทูลเมื่อผู้รับเชิญพร้อม เมื่อผู้รับเชิญ
จะกลับ สมุหราชองครักษ์เป็นผู้พาแขกส่งยังท้องพระโรงเพื่อให้ราชองครักษ์นำส่งยังรถต่อไป
ข้อ ๘๔ การต้อนรับในเมื่อมีการพระราชทานเลี้ยงครึ่งราชการ ณ พระที่นั่งที่ประทับ ราชองครักษ์ผู้ต้อนรับต้องต้อนรับผู้รับเชิญจากรถพาไปยังท้องพระโรง
ซึ่งกรมวังเวรจะเป็นผู้ต้อนรับต่อไป สมุหราชองครักษ์ต้อนรับอยู่ ท้องพระโรงชั้นในร่วมกับนางสนองพระโอษฐ์และนาง
พระกำนัล เมื่อเสด็จออก สมุหราชองครักษ์เป็นผู้นำผู้รับเชิญเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เมื่อผู้รับเชิญจะกลับ สมุหราชองครักษ์นำผู้รับเชิญออกมาท้องพระโรง ราชองครักษ์ผู้ต้อนรับ
พร้อมด้วยการวังเวรต้องนำส่งยังรถต่อไป
ข้อ ๘๕ การต้อนรับในการพระราชทางเลี้ยงส่วนพระองค์ ราชองครักษ์ผู้ต้อนรับต้องต้อนรับจากรถและกรมวังเวรที่อยู่ท้องพระโรง จะเป็นผู้ต้อนรับต่อไป
สมุหราชองครักษ์เป็นผู้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จเมื่อผู้รับเชิญพร้อม เวลาผู้รับเชิญจะกลับราชองค์รักษ์ผู้ต้องรับต้องต้อนรับจากท้องพระโรงไปส่งยังรถ
ข้อ ๘๖ นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ถ้าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดผู้หนึ่ง ณ พระที่นั่งหรือสถานที่ใดที่หนึ่งอันเป็นที่ประทับแรม แม้ผู้นั้นจะมาเฝ้าโดยทางราชการก็ดี ถ้าผู้เฝ้าเป็นพระบรมวงศ์หรือผู้มีเกียรติราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์ต้องต้อนรับที่รถไปยังท้องพระโรงหน้าและส่งกลับถึงรถ
 

 
การรักษาการณ

ข้อ ๘๗ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับ ณ พระราชฐานแห่งใด กรมราชองครักษ์จะได้สั่งจัดราชองครักษ์ประจำหรือราชองครักษ์เวรหรือทั้ง ๒ ประเภท
รวมกันเป็นเวรประจำพระองค์ ณ ที่ประทับแห่งนั้นตลอดเวลาชุดหนึ่ง โดยผลัดเปลี่ยนกันเข้าเวรประจำพระองค์
ข้อ ๘๘ เวรประจำพระองค์ชุดหนึ่ง ๆ อาจจะให้มีราชองครักษ์ประจำเข้าเป็นเวรร่วมด้วย ๑ นายเป็นอย่างน้อย เพื่อแนะนำหรือชี้แจงหน้าที่อันควรปฏิบัติแก
่ราชองครักษ์เวรที่เป็นเวรประจำพระองค์ในชุดเดียวกัน แต่ถ้าเป็นการแปรพระราชฐานไปประทับนอกกรุงเทพมหานครแล้ว โดยปกติราชองครักษ์ประจำต้องทำหน้าที่เวรประจำ
พระองค์โดยตลอด เว้นแต่จะมีราชองครักษ์เวรอยู่ในจังหวัดนั้นหรือในจังหวัดใกล้เคียงก็พึงจัดให้เป็นเวรประจำพระองค์ร่วมกับราชองครักษ์ประจำได้
ข้อ ๘๙ ราชองครักษ์เวรที่จะจัดเข้าเป็นเวรประจำพระองค์นั้นตามธรรมดาจัดราชองครักษ์เวรที่รับราชการอยู่ในจังหวัดที่ประทับหรือในตามธรรมดาจัดราชองครักษ
์เวรที่รับราชการอยู่ในจังหวัดที่ประทับหรือในจังหวัดใกล้เคียง เว้นแต่เมื่อกรมราชองครักษ์เห็นเป็นการสมควรที่จะให้ราชองครักษ์เวรที่รับราชการอยู่ในจังหวัดห่างไกลได้มีโอกาส
ถวายความจงรักภักดีเป็นครั้งคราวก็พึงกระทำได้ตามสมควร
ข้อ ๙๐ ราชองครักษ์ผู้ใดได้รับคำสั่งให้เข้าเวรประจำพระองค์วันเวลาใดจะต้องมาถึงที่พักราชองครักษ์ในบริเวณที่ประทับก่อนกำหนดเวลาเพื่อทราบกิจการที่จะต้องปฏิบัติในเวรนั้นและเตรียมการให้ทันกำหนดผู้ใดได้รับคำสั่งแล้วมิสามารถที่จะปฏิบัติได้โดยมีอาการเจ็บป่วยให้รายงานสมุหราชองครักษ์ทราบก่อนกำหนด
เวลาที่พอจะจัดราชองครักษ์ผู้อื่นเป็นเวรต่อไปได้ทันเวลา การขัดข้องอย่างอื่น ไม่ควรนำมาอ้างในการที่จะไม่ปฏิบัติหน้าที่อันมีเกียรตินี้ การแลกเปลี่ยนเวรกับราชองครักษ์ผู้อื่น
จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุฐาตจากสมุหราชองครักษ์แล้ว
ข้อ ๙๑ ผู้เป็นเวรประจำพระองค์ชุดหนึ่งต้องผลัดเปลี่ยนกันเข้าเวรประจำพระองค์ ณ ที่ประทับผลัดละ ๑ นาย โดยปกติ ๒ ชั่วโมงประจำอยู่ ณ ท้องพระโรงหรือที่ใด
ที่หนึ่งตามแต่สมุหราชองครักษ์จะกำหนดเป็นแห่ง ๆ ไป การกำหนดว่าผู้ใดเข้าเวรผลัดใดนั้น ผู้อาวุโสสูงสุดในชุดของวันนั้นเป็นผู้กำหนด การเปลี่ยนแปลงผลัดนอกเหนือไปจากที่ราชองครักษ์ผู้อาวุโสได้กำหนดไว้จะต้องได้รับอนุยาตจากราชองครักษ์ผู้อาวุโสก่อน
ข้อ ๙๒ ราชองครักษ์ผู้เข้าเวรประจำพระองค์ ณ ที่ประทับจะต้องถวายรายงานในเมื่อได้ทรงพบเห็นครั้งแรกในคราวเข้าเวรนั้น เพื่อให้ทรงรู้จักแต่ถ้าทราบแน่ชัด
แล้วว่าทรงรู้จักมาแต่เดิมก็ให้งดการถวายรายงานได้ ผู้เข้าเวรผลัดแรกจะต้องทูลเกล้าฯ ถวายรายนามราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์ในวันนั้น ถ้าไม่สามารถถวายได้ในเวลา
ของเวรผลัดแรก ก็ได้เวรผลัดแรกนำมอบมหาดเล็กขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย
ข้อ ๙๓ ราชองครักษ์ผู้เข้าเวรประจำพระองค์จะต้องพยายามที่จะทราบว่าขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ที่ใด ผู้ใดเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
เวลาใด กลับเวลาใด เมื่อเห็นว่าสิ่งใดส่อไปในทางที่จะไม่เป็นการปลอดภัยแก่พระองค์หรือพระเกียรติยศต้องจัดการป้องกันในทางที่สมควรโดยทันที บางคราวอาจต้องตัดสินใจ
เด็ดขาดด้วยตนเองเพื่อให้ทันกับเหตุการณ์ก็ได้ การละทิ้งหน้าที่ไปพ้นที่ประทับจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับพระบรมราชโองการให้กระทำเช่นนั้นเท่านั้น เมื่อมีเหตุการณ์อย่างมใดเกิดขึ้น
ในระหว่างที่เข้าเวรนั้น จะต้องรายงานให้สมุหราชองครักษ์ทราบในเวลาอันควร
ข้อ ๙๔ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงจากที่ประทับราชองครักษ์ที่เข้าเวรประจำพระองค์จะต้องตามเสด็จตลอดเวลา แต่ถ้าเสด็จพระราชดำเนินออกนอก
พระราชฐานที่ประทับ ต้องให้ราชองครักษ์ประจำผู้เป็นเวรในชุดนั้นตามเสด็จพร้อมกับราชองครักษ์เวรผู้เข้าเวรประจำพระองค์ในเวลานั้น แต่ถ้าผู้เข้าเวรประจำพระองค์ในขณะนั้น
เป็นราชองครักษ์ประจำอยู่แล้ว ก็ให้ราชองครักษ์ผู้จะเข้าเวรผลัดต่อไปตามเสด็จด้วย
ข้อ ๙๕ ในเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกนอกพระราชฐานที่ประทับ และสมเด็จพระบรมราชินียังคงประทับอยู่ ณ ที่ประทับราชองครักษ
์ผู้เป็นเวรประจำพระองค์สมเด็จพระบรมราชินี ณ ที่ประทับ แต่ถ้าสมเด็จพระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินออกนอกพระราชฐาน โดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้เสด็จด้วย
และในการนั้นมิได้ตระเตรียมไว้ ให้ผู้ใดผู้หนึ่งตามเสด็จโดยเฉพาะแล้ว ราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์ในผลัดต่อไปที่มิใช่ราชองครักษ์ประจำต้องตามเสด็จ
ข้อ ๙๖ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับในพระราชฐานหรือประทับแห่งใดแห่งหนึ่งภายในพระราชอาณาเขต สมุหราชองครักษ์มีหน้าที่ตรวจตราดูแลระเบียบรักษาการณ์ของทหารและตำรวจที่ทำการรักษาพระองค์ในบริเวณที่ประทับให้ดำเนินไปโดยเรียบร้อย ถ้าเห็นการบกพร่องจะเป็นผล
นำมาซึ่งความเสียหายแล้วให้มีหน้าที่จัดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ทั้งนี้ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขนั้นตามที่ได้รับความตกลงจากฝ่ายทหารและตำรวจแล้ว
ข้อ ๙๗ ราชองครักษ์ที่เป็นเวรประจำพระองค์หรือที่ตามเสด็จมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือสมุหราชองครักษ์ในการตรวจตราดูแลระเบียบรักษาการณ์ของทหารและตำรวจ
ที่รักษาการณ์ที่ประทับในส่วนละเอียดปลีกย่อยว่าเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ฝ่าย
ทหารและตำรวจได้จัดการรักษาการณ์อย่างไร และผู้รักษาการณ์ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างไร การจะตรวจเวลาใดกี่ครั้งย่อมแล้วแต่ภูมิประเทศและเหตุการณ์ที่สมควรโดยให้ราชองครักษ
์อาวุโสที่เป็นเวรประจำพระองค์เป็นผู้กำหนด ถ้าพบสิ่งบกพร่องในระเบียบรักษาการณ์ให้รายงานสมุหราชองครักษ์ทราบ
ข้อ ๙๘ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่นอกพระราชอาณาเขต สมุหราชองครักษ์มีหน้าที่ดูแลการระวังรักษาพระองค์และมีหน้าที่ติดต่อชี้แจงในเรื่อง
การรักษาพระองค์แก่เจ้าหน้าที่ของประเทศนั้น ๆ ราชองครักษ์ประจำพระองค์เป็นผู้ช่วยเหลือในการนี้
ข้อ ๙๙ ราชองครักษ์ผู้ทำหน้าที่รับเสด็จ แซงเสด็จ นำหรือตามเสด็จ หรือเป็นเวรประจำพระองค์นับว่าเป็นผู้มีหน้าที่ป้องกันรักษาพระองค์ดังกล่าวมาแล้ว ฉะนั้นนอกจาก
กระบี่ซึ่งบางโอกาสใช้เป็นเครื่องประดับเกียรติแล้ว สมุหราชองครักษ์จะได้พิจารณาสั่งให้ราชองครักษ์มีอาวุธชนิดใดเป็นอาวุธประจำตัวแล้วแต่จะเห็นสมควร
ข้อ ๑๐๐ ถ้าสมุหราชองครักษ์ได้สั่งให้ราชองครักษ์นำอาวุธชนิดที่มีขนาดอันควรปกปิดได้เป็นอาวุธประจำตัวแล้ว ให้ราชองครักษ์นำอาวุธไปในลักษณะที่ไม่
ประเจิดประเจ้อ แต่ให้สามารถนำออกใช้ได้ทันท่วงทีทั้งจะต้องจัดเตรียมให้ปลอดภัยในการนำไปนั้นด้วย
ข้อ ๑๐๑ การนำอาวุธออกจากที่เก็บในขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่เฉพาะพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น จะกระทำได้ต่อเมื่อเป็นที่ตระหนักแน่แล้วว่า
มีเหตุการณ์ที่จะต้องใช้อาวุธเกิดขึ้น หรืออาจเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ แต่ถ้าพิจารณาเห็นว่าในโอกาสใดจำเป็นที่จะต้องนำออกเพื่อเตรียมรับเหตุการณ์ซึ่งคาดไม่ได้ก็ต้องได้รับ
พระบรมราชนุญาตก่อนจึงกระทำได้
ข้อ ๑๐๒ การใช้อาวุธอย่างใด เมื่อใด ราชองครักษ์จะต้องพิจารณาให้สมควรแก่เหตุและความจำเป็นและในโอกาสเดียวกันจะต้องกระทำการให้เป็นผลดีในการ
ป้องกันรักษาพระองค์และพระเกียรติยศด้วย
ข้อ ๑๐๓ ในโอกาสที่ทหารมหาดเล็ก หรือทหารรักษาพระองค์อื่น ๆ ได้ทำการล้อมวงเพื่อรักษาพระองค์ขณะที่มีเหตุการณ์อันอาจเป็นภยันตรายต่อพระองค์แล้ว สมุหราชองครักษ์และราชองครักษ์ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้นต้องเข้าอยู่ภายในวงล้อม สมุหราชองครักษ์อยู่เบื้องพระปฤษฎางค์ราชองครักษ์เรียงรายภายในวงล้อมหันหน้าออก
ทางนอกวงนำอาวุธออกจากที่เก็บให้พร้อมที่จะใช้ได้ทันที


กรมราชองครักษ์ สวนจิตรลดา ถ.ราชวิถี เขตดุสิต กทม. 10303
โทร. 0 2283 2700   แฟกซ์ 0 2283 2712     e-Mail : Webmaster@radc.go.th